ธุรกิจขนาดย่อม, ผู้ประกอบการ SME, ผู้ประกอบการ SMEs, โปรย้ายค่าย SME, โปรย้ายค่าย นิติบุคคล, โปรผู้ประกอบการ SME เอกชน

LIV

STARTUP

4 เคล็ด (ไม่) ลับติดปีกธุรกิจ SMEs “ดัง” และ “ปัง” ตลอดกาล


การมีธุรกิจเป็นของตนเอง เป็นหนึ่งในความใฝ่ฝันของใครหลายคน โดยเฉพาะหนุ่มสาวรุ่นใหม่ แต่ไม่ใช่ทุกคนจะประสพความสำเร็จ เพราะผู้ประกอบการ SMEs บางรายแม้จะทำการตลาดแบบจัดหนักตลอดปี แต่ยอดขายก็ไม่ปัง ซ้ำร้ายต้องแบกรับต้นทุนจนกลายเป็นหนี้สินก้อนโตตามมา เคยแปลกใจกันไหมว่าทำไมเป็นเช่นนั้น ทั้ง ๆ ที่หลายครั้งกิจการประเภทเดียวกัน แต่ธุรกิจคู่แข่งกลับโตวันโตคืนทั้งที่ไม่เคยจัดแคมเปญโปรโมตอันใดเลย

ที่ผ่านมาหลายคนมักคิดว่าเป็นเรื่อง “เงินทุน” แต่รู้หรือไม่ว่านอกจากเงินทุนแล้ว การบริหารจัดการ “ต้นทุน” ที่ไม่จำเป็น โดยเฉพาะ “ค่าโทรศัพท์และค่าอินเทอร์เน็ต” เป็นดั่งหลุมพรางสำคัญที่สามารถจะฉุดรั้งให้ธุรกิจไปต่อได้ยาก เพราะต่อให้มีเงินทุนจำนวนมาก แต่ไม่มีการวางแผนจัดการค่าใช้จ่ายและใช้เงินให้ถี่ถ้วน เงินทุนที่มีอยู่ก็หมดลงได้ แล้วแบบนี้กิจการจะไปต่อได้อย่างไร วันนี้เราจึงมีเคล็ด (ไม่) ลับง่าย ๆ 4 ข้อที่จะช่วยส่งเสริมให้ธุรกิจขนาดย่อมของคุณ “ปัง” และ “ดัง” ไปตลอดกาล พร้อมโปรแพ็กเกจโทรและเน็ตสำหรับ SMEs ดี ๆ มาฝากกัน พร้อมแล้วไปดูกันเลย

1.ต้องมีความรักในสิ่งที่ทำและเป็นตัวจริงในตลาดนั้น ๆ

เคยได้ยินไหมว่าถ้าเราทำในสิ่งรัก แม้จะยากและเหน็ดเหนื่อยแค่ไหน ก็มีความสุขและพร้อมลุยเต็มที่ การทำธุรกิจก็เช่นกัน หากธุรกิจที่คุณทำเป็นสิ่งที่คุณรัก คุณจะสนุกและพยายามคิดค้นสิ่งใหม่ ๆ เพื่อให้มันดีขึ้นอยู่เสมอ แม้ในวันที่คู่แข่งเข้ามาประชิดตัวมากมาย จนอาจทำให้ท้อและล้มเลิกกลางคัน แต่ “ความรักในสิ่งที่ทำ” จะเป็นแรงผลักชั้นดีให้คุณก้าวข้ามช่วงเวลาท้าทายนี้ไปได้ แต่ในขณะเดียวกัน การทำธุรกิจในยุคนี้ รักอย่างเดียวไม่พอ คุณต้องมีความเชี่ยวชาญและรู้ลึกรู้จริงในธุรกิจนั้นด้วย เพราะการรู้ลึกรู้จริง จะช่วยให้ผู้บริโภคเกิดความเชื่อถือ และยอมรับในคุณภาพสินค้าหรือบริการของคุณตามมา

2.ใช้นวัตกรรมสร้างความต่างเพิ่มมูลค่า

การดำเนินธุรกิจในยุคนี้จำเป็นอย่างมากที่ผู้ประกอบการ SMEs ต้องจับ “นวัตกรรม” มาใช้ แม้คุณจะคิดว่าธุรกิจที่ทำเป็นเพียงกิจการขนาดเล็ก เป็นธุรกิจขนาดย่อม อาจเป็นการลงทุนที่สิ้นเปลืองเกินความจำเป็น แต่ลองคิดในมุมกลับกัน หากนวัตกรรมเหล่านั้นเข้ามาช่วยสร้างให้ผลิตภัณฑ์และบริการแตกต่างไม่เหมือนคู่แข่ง ทั้งยังเพิ่มมูลค่าให้สินค้า จนสร้างยอดขายโตเป็นทวีคูณตามมา จะคุ้มค่ามากกว่าไหม ดังนั้น การลงทุนในนวัตกรรมจึงไม่ใช่ “ต้นทุนสิ้นเปลือง” แต่เป็นสิ่งที่คนทำธุรกิจขาดไม่ได้ และต้องลงทุนอย่างต่อเนื่องด้วย

3.ต้องรู้จักลูกค้าและสร้างแบรนด์ให้แข็งแรง

ก่อนจะกังวลใจเรื่องคู่แข่งและยอดขาย คุณต้องรู้ว่ากลุ่มเป้าหมายของธุรกิจคือใคร และสิ่งสำคัญมากไปกว่านั้นคือ เข้าใจพฤติกรรมและมองลูกค้า เป็นดั่งเพื่อนสนิทที่รู้ใจ รวมถึงสร้างแบรนด์ให้เป็นที่รู้จัก เพราะการเข้าใจลูกค้าอย่างถ่องแท้ใจจะช่วยให้คุณสามารถรู้ความต้องการและผลิตสินค้าและบริการออกมาตอบโจทย์ความต้องการได้ตรงใจ และเมื่อลูกค้าเห็น ได้ใช้หรือทดลองแล้วถูกใจ เขาก็จะนึกถึงและจดจำแบรนด์ของคุณ การซื้อซ้ำก็จะตามมา และธุรกิจของคุณก็จะอยู่รอดเติบโตได้อย่างยั่งยืน ธุรกิจขนาดย่อม อาจกลายเป็นธุรกิจที่ขนาดเติบโตขึ้น จนคู่แข่งที่คุณเคยกลัวต้องหันมากลัวคุณแทนทีเดียว

4.การบริหารต้นทุนอย่างชาญฉลาด

ผู้ประกอบการ SMEs จำนวนมาก มักจะให้ความสำคัญกับตัวเลขยอดขายเป็นหลัก เพราะคิดเพียงว่าหากทำยอดขายได้ตามเป้า ธุรกิจจะก้าวสู่คำว่า “ความสำเร็จ” จนหลายคนมองข้ามเรื่องการบริหารจัดการ “ต้นทุน” กระทั่งกลายเป็นค่าใช้จ่ายไม่จำเป็นบานปลาย และบางครั้งมารู้ตัวอีกทีธุรกิจก็ล้มพับลงไปอย่างน่าเสียดาย

เคยลองสังเกตไหมว่าบางธุรกิจขายดิบขายดีมาก แต่สุดท้ายกลับไปไม่รอด ส่วนหนึ่งเกิดจากการบริหารจัดการต้นทุนไม่มีประสิทธิภาพ เพราะเมื่อพูดถึงต้นทุน ผู้ประกอบการ SMEs ส่วนใหญ่มักนึกถึงแค่ค่าเช่า ค่าแรงงาน ค่าวัตถุดิบและสินค้า โดยลืมคิดว่า การทำธุรกิจยังมีเรื่องค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าโทรศัพท์ ยิ่งในยุคดิจิทัลต้องมีค่าอินเทอร์เน็ตด้วย เพราะบางธุรกิจโดยเฉพาะธุรกิจด้านการบริการอย่างร้านเบเกอรี่ และร้านกาแฟ อินเทอร์เน็ตเป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยดึงดูดลูกค้าให้เข้ามาใช้บริการมากขึ้น แต่ขณะเดียวกัน ทั้งหมดคือต้นทุนทั้งสิ้น หากวางแผนบริหารต้นทุนเหล่านี้ไม่ดี สุดท้ายเมื่อกลับมาดูเงินที่คิดว่าจะเป็นกำไร อาจต้องนำไปจ่ายให้กับต้นทุนเหล่านี้จนหมดได้

สิ่งเหล่านี้อาจฟังดูเหมือนเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ แต่เมื่อคุณนำมารวมกันแล้วย่อมเป็นเงินไม่น้อย และเชื่อไหมว่าหากสามารถควบคุมต้นทุนพวกนี้ให้มีประสิทธิภาพ จะช่วยลดต้นทุนให้ธุรกิจได้อย่างมากทีเดียว ยกตัวอย่าง การซื้อชั่วโมงอินเทอร์เน็ตมากเกินความจำเป็นของธุรกิจจนเหลือใช้ หรือการใช้โทรศัพท์พื้นฐานโทรหาเบอร์มือถือเพราะไม่อยากลงทุนซื้อโทรศัพท์มือถือเพิ่ม ทำให้ธุรกิจต้องจ่ายค่าโทรศัพท์และอินเทอร์เน็ตพุ่งกระฉูดเดือนละหลายพันบาท และหากเดือนไหนโทรหาลูกค้าจำนวนมาก ต้องมีหลักหมื่นทีเดียว เรียกว่า ควบคุมค่าใช้จ่ายส่วนนี้ไม่ได้เลย แต่หากเปลี่ยนมาใช้เบอร์มือถือที่สามารถโทรได้ทุกเครือข่ายในอัตราเดียวกัน และพ่วงมากับจำนวนอินเทอร์เน็ตที่เหมาะสมกับธุรกิจ โดยลงทุนซื้อมือถือเพิ่มเครื่องละไม่กี่พัน แต่จ่ายค่าโทรศัพท์และอินเทอร์เน็ตแค่ไม่ถึงพันบาท เพียง 1-2 เดือนก็คุ้มค่าแล้ว เพราะทำให้สามารถล่วงรู้และควบคุมต้นทุนแต่ละเดือนได้อยู่หมัด และทำให้คุณสามารถเดินหน้าวางแผนลุยธุรกิจต่อได้เต็มที่โดยไม่ต้องกังวลใจเรื่องค่าใช้จ่ายเหล่านี้

เห็นมั้ยว่า การบริหารต้นทุนนั้นสำคัญพอ ๆ กับการปั๊มยอดขายทีเดียว หากบริหารให้ดีก็ช่วยธุรกิจให้เข้าใกล้ “เส้นชัย” ได้มากทีเดียว คราวนี้ก็ถึงเวลาที่ผู้ประกอบการ SMEs ต้องลองกลับมาวิเคราะห์ต้นทุนธุรกิจของตัวเองกันดูว่าสิ่งที่มีอยู่วันนี้คุ้มค่ากับประสิทธิภาพการใช้งานหรือไม่ โดยเฉพาะค่าโทรและค่าเน็ต หากไม่คุ้มและอยากหาโปรที่คุ้มค่ากว่าเดิม ตอนนี้ทีมดูแลธุรกิจ ดีแทค SME ก็มีโปรดี ๆ มาให้เลือกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นโปรสำหรับ SMEs อย่างซิม Worry Free ที่คิดค้นมาจากโจทย์ความต้องการของผู้ประกอบการจริง ไม่ว่าจะเป็นการปรับแพ็กเกจให้อัตโนมัติเมื่อมีการเปลี่ยนแปลง และโทรฟรีทุกเครือข่ายไม่จำกัดตลอด 24 ชั่วโมง รวมถึงมีระบบป้องกันค่าโทรส่วนเกินและค่าใช้จ่ายไม่พึงประสงค์ เหมาะมาก ๆ สำหรับธุรกิจขนาดย่อมที่กำลังมองหาโปรผู้ประกอบการ SMEs, โปรย้ายค่าย SME, โปรย้ายค่ายสำหรับนิติบุคคล เอกชน และธุรกิจขนาดย่อม ทั่วประเทศ

เพียงแค่เคล็ด (ไม่) ลับง่าย ๆ 4 ข้อนี้นี่แหละ ก็จะช่วยเสริมให้ธุรกิจ SMES ของคุณทั้งปังและดัง เติบโตได้ในไม่ช้าอย่างแน่นอน หากคุณลงมือทำอย่างจริงจัง แล้วจะรู้ว่าการทำธุรกิจให้สำเร็จไม่ใช่เรื่องยาก