LIV

STARTUP

บินสบายไร้กังวลกับ Freebird


หลังจากสาละวนจัดเตรียมชุดสวยไว้ถ่ายรูปเก๋ ๆ กะว่าไปเที่ยวครั้งนี้จะอัพรูปขึ้นโซเชียลให้เพื่อนฝูงอิจฉาเล่น แต่แผนการพักร้อนประจำปีอันสุดแสนอลังการของคุณดันมีอันต้องสะดุด เมื่อมาถึงสนามบินแต่เช้าแล้วพบว่าไฟลต์ดีเลย์ หรือไม่ก็โดนแคนเซิลไปเสียเฉย ๆ

จะมีอะไรน่าเศร้าไปกว่าการโดนเท ถูกลอยแพเท้งเต้ง เคว้งคว้างไร้จุดหมาย เท่าการโดยยกเลิกเที่ยวบินกลางอากาศเช่นนี้ จริงมั้ยคะ?

ทุก ๆ ปี นักท่องเที่ยวกว่า 2.5 แสนคนในอเมริกาโดนยกเลิกเที่ยวบินในวันช่วงวันหยุดสุดฮิตอย่างช่วงเทศกาลขอบคุณพระเจ้าและอีกกว่า 3 ล้านคนเจอปัญหาไฟลต์ดีเลย์ แต่แทนที่จะวิ่งงงเป็นไก่ตาแตกลนลานหาไฟลต์ใหม่ Freebird สตาร์ทอัพที่จะเล่าให้ฟังวันนี้มีทางออกที่ดีและฉลาดกว่านั้นมาเป็นทางเลือกให้คุณค่ะ

เพียงจ่ายค่าธรรมเนียม 19 เหรียญต่อเที่ยว (34 เหรียญสำหรับไฟลต์ไป-กลับ) หากไฟลต์เกิดดีเลย์หรือโดนยกเลิก หรือระหว่างต่อเครื่อง ดันพลาดขึ้นเครื่องไม่ทัน ทาง Freebird รับประกันว่าจะหาไฟลต์สำรองให้คุณได้ภายใน 30 วินาที โดยที่คุณไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมแต่อย่างใด

ลูกค้าเพียงแค่สมัครใช้บริการผ่านเว็บล่วงหน้าอย่างน้อย 2 วันก่อนเดินทาง หลังจากนั้นหากมีการดีเลย์เกิน 4 ชม. ขึ้นไป หรือถูกแคนเซิล ลูกค้าจะได้รับ SMS พร้อมลิงค์ให้กดเลือกไฟลต์สำรองอื่น ๆ ของทุกสายการบินที่บินเส้นทางนั้นในวันเดียวกัน

ทุก ๆ ปี นักท่องเที่ยวกว่า 2.5 แสนคนในอเมริกาโดนยกเลิกเที่ยวบินในวันช่วงวันหยุดสุดฮิตอย่างช่วงเทศกาลขอบคุณพระเจ้าและอีกกว่า 3 ล้านคนเจอปัญหาไฟลต์ดีเลย์

ภาพ: เฟซบุ๊ก Freebird

กระบวนการทั้งหมดนี้ใช้เวลาไม่เกิน 30 วินาที ลูกค้าก็จะได้ไฟลต์ใหม่มาแบบสวย ๆ ไม่ต้องกระเซอะกระเซิงไปต่อคิวยาวเหยียดเพื่อทำการรีบุคกิ้ง (Rebooking) เหมือนคนอื่น ถึงแม้ตามทฤษฎีแล้วโอกาสที่ไฟลต์จะดีเลย์หรือโดนยกเลิกอาจมีไม่มาก แต่หากเป็นช่วงวันหยุดยาวหรือต้องไปทำธุระสำคัญ ที่ห้ามเกิดความผิดพลาดในการเดินทางเด็ดขาด ใช้ Freebird กันเหนียวไว้ก่อนก็เป็นความคิดที่ไม่เลว

จะว่าไป Freebird เรียกได้ว่าเป็นบริการประกันการเดินทางอย่างหนึ่ง เพียงแต่เน้นการหาไฟลต์สำรองให้จากทุกสายการบิน ไม่จำกัดว่าต้อง rebooking กับสายการบินเดิมเท่านั้น

ตั้งแต่เปิดให้บริการในปี 2015 บริษัทระดมทุนได้ 16.5 ล้านเหรียญ มีพาร์ทเนอร์เป็น Travel Agency ชั้นนำ 10 แห่ง และคาดว่าปีนี้จะมีลูกค้าทั่วไปประมาณ 2.5 แสนราย

ภาพ: เฟซบุ๊ก Freebird

นอกจากนี้ บริษัทยังมีลูกค้าองค์กรอีกกว่า 100 แห่ง ซึ่งก็ไม่น่าแปลกใจเพราะองค์กรหรือบริษัทใหญ่ที่ผู้บริหารหรือพนักงานต้องเดินทางบ่อย ๆ โอกาสเจอปัญหาไฟลต์ดีเลย์ย่อมมีมากกว่าชาวบ้านทั่วไป ซึ่งทำให้ค่าใช้จ่ายในการเดินทางเพิ่มขึ้นถึงปีละ 5-10% การใช้บริการของ Freebird จึงคุ้มกว่าและช่วยประหยัดเวลาไปด้วยในตัว

ล่าสุดแว่วมาว่า Freebird กำลังเจรจากับ Amex และ Citi เพื่อผนวกบริการของ Freebird ให้เป็นหนึ่งในสิทธิประโยชน์ที่ผู้ใช้บัตร Amex และ Citi จะได้รับ แต่ใครอยากใช้บริการต้องบินไปใช้ที่อเมริกา เพราะบริการของ Freebird นั้นครอบคลุมเฉพาะไฟลต์ภายในสหรัฐฯ เท่านั้น ประเทศอื่นหมดสิทธิ์

แต่ไม่ต้องน้อยใจไปค่ะ เพราะจะว่าไปบริการประกันการเดินทางดี ๆ บ้านเราก็มีนะคะ อย่าง ฟรี ประกันการเดินทางต่างประเทศจากดีแทค ซื้อเน็ตก็รับฟรีประกันไปเลย จ่ายแค่ 99 บาท คุ้มครองสูงสุดถึง 250,000 บาท ไม่ว่าจะไฟลต์ดีเลย์ ไฟลต์ถูกยกเลิก พาสปอร์ตถูกขโมย หรือกระเป๋าเดินทางล่าช้าก็คุ้มครองหมด และคุ้มครองยาวนานถึง 10 วัน แถมยังได้เน็ตไปใช้อีก 500MB ถึงไม่จะเหมือน Freebird เป๊ะ ๆ แต่ก็ให้ความอุ่นใจได้ไม่แพ้กัน

บทความนี้ดัดแปลงจากต้นฉบับของผู้เขียนที่ตีพิมพ์ในคอลัมน์ “สตาร์ทอัพ ปัญหาทำเงิน” ของ นสพ. ประชาชาติธุรกิจ