ไอโฟนเปิดไม่ติด, เปิดไอโฟนไม่ติด, ไอโฟนจอค้าง

LIV

QUICK TIPS

ไอโฟนเปิดไม่ติด ตรวจสอบเบื้องต้นด้วยตัวเองก่อนส่งซ่อม


ผู้ใช้งานไอโฟนหลายรายอาจเจออาการ iPhone หน้าจอดำ เปิดไอโฟนไม่ติด ไปจนถึงอาการไอโฟนเครื่องค้าง ไม่ตอบสนองต่อการใช้งาน เมื่อเจอเหตุการณ์ดังกล่าว Apple ได้ให้คำแนะนำไว้อยู่ 3 ขั้นตอน เพื่อเป็นการตรวจสอบเบื้องต้นด้วยตัวเองก่อนนำเครื่องไปส่งซ่อม

1. เริ่มจากในกรณีที่ตัวเครื่องไอโฟนค้าง หน้าจอดำ เปิดไอโฟนไม่ติด ถ้าเป็นผู้ใช้ไอโฟน 6s และรุ่นก่อนหน้า ให้ลองกดปุ่มเปิดเครื่องพร้อมปุ่มโฮม (Home) ค้างไว้ 10 วินาที จนกว่าจะขึ้นโลโก้ Apple ส่วนผู้ใช้ ไอโฟน 7 และ ไอโฟน 7 Plus ให้กดปุ่มเปิดเครื่องพร้อมปุ่มลดเสียงค้างไว้ 10 วินาทีเช่นกัน

ส่วนไอโฟน 8 และรุ่นใหม่กว่า ที่มาพร้อมกับ FaceID ให้กดปุ่มเพิ่มเสียงแล้วปล่อย ลดเสียงแล้วปล่อย ก่อนกดปุ่มข้างเครื่องค้างไว้จนกว่าจะเห็นโลโก้ Apple แสดงขึ้นมาบนหน้าจอ

วิธีการนี้เรียกว่าเป็นการ Hard Reset หรือบังคับรีสตาร์ทตัวเครื่อง ที่ทำแล้วข้อมูลภายในตัวเครื่องจะไม่หาย เป็นเหมือนการรีบูตระบบใหม่เท่านั้น ซึ่งเครื่องทั่ว ๆ ไปที่มีปัญหาซอฟต์แวร์ค้าง สามารถใช้วิธีนี้ในการแก้ไขปัญหาเบื้องต้นได้เช่นเดียวกัน

2. ถ้า Hard Reset แล้วไม่หาย ให้ลองนำตัวเครื่องเสียบชาร์จกับอะแดปเตอร์และสาย Lightning (ที่มั่นใจว่าชาร์จไฟเข้าแน่นอน) ทิ้งไว้ ซึ่งตามปกติแล้วหลังจากเสียบสายชาร์จเข้าไปแล้ว ตัวเครื่องจะขึ้นสัญลักษณ์การชาร์จแบตฯ ขึ้นมา

วิธีการนี้เรียกว่าเป็นการ Hard Reset หรือบังคับรีสตาร์ทตัวเครื่อง ที่ทำแล้วข้อมูลภายในตัวเครื่องจะไม่หาย เป็นเหมือนการรีบูตระบบใหม่เท่านั้น ซึ่งเครื่องทั่ว ๆ ไปที่มีปัญหาซอฟต์แวร์ค้าง สามารถใช้วิธีนี้ในการแก้ไขปัญหาเบื้องต้นได้เช่นเดียวกัน

3. หากเปิดอุปกรณ์ขึ้นมาแล้วค้างระหว่างเปิดเครื่องจนไม่สามารถใช้งานได้ อาจจะต้องทำการเชื่อมต่อไอโฟน เข้ากับคอมพิวเตอร์ที่ติดตั้งโปรแกรม iTunes เพื่อทำการกู้คืน ด้วยการกดปุ่มข้างเครื่องค้างไว้จนกว่าจะขึ้นโหมดการกู้คืน หรือติดตั้งระบบ iOS ใหม่ ซึ่งตามปกติแล้วถ้าสามารถอัพเดตได้ ข้อมูลภายในตัวเครื่องจะไม่หาย

ทั้ง 3 วิธีนี้ คือวิธีการเบื้องต้นที่ทาง Apple แนะนำให้ผู้ใช้งาน iPhone ทุกคนเรียนรู้ไว้ เพื่อตรวจสอบตัวเครื่องเบื้องต้นได้เอง ก่อนส่งซ่อมที่ศูนย์บริการ อย่างไรก็ตาม เพื่อให้ข้อมูลในตัวเครื่องปลอดภัยมากที่สุดคือแนะนำให้สำรองข้อมูลทั้งผ่าน iCloud หรือเชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์ไว้เสมอ ๆ และเพื่อความสบายใจยิ่งขึ้น แนะนำให้ซื้อประกันความคุ้มครองสำหรับ iPhone ของคุณเพิ่ม หรือที่เรียกว่า AppleCare+ เพื่อขยายระยะเวลาคุ้มครองการซ่อมและบริการช่วยเหลือด้านเทคนิคเพิ่มเป็น 2 ปี นับจากวันที่คุณซื้อ AppleCare+ และเพิ่มความคุ้มครองในกรณีเกิดความเสียหายจากอุบัติเหตุสูงสุด 2 ครั้ง ดูรายละเอียดได้ที่ dtac และ AppleCare+ ได้เลย