3G คืออะไร?
3G หรือ
The Third Generation Mobile Network คือมาตรฐานโทรศัพท์มือถือยุคที่ 3 ซึ่งเป็นระบบเครือข่ายไร้สายที่ทำงานบนพื้นฐานของระบบ
WCDMA ช่วยให้การใช้บริการมัลติมีเดียผ่าน 3G เป็นไปอย่างรวดเร็ว ไม่ว่าจะเป็น Video call, VDO Streaming, หรือใช้งานอินเทอร์เน็ต ทั้งรับ-ส่งอีเมล และท่องเว็บไซต์ต่างๆ ผ่านระบบเครือข่ายไร้สายด้วยอัตราความเร็วที่สูงขึ้น ซึ่งช่วยให้ผู้ใช้สามารถเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตได้สะดวกและรวดเร็วมากขึ้นด้วย
ลักษณะการใช้บริการของ 3G มีอะไรบ้าง?
ลักษณะการใช้บริการ 3G แบ่งออกเป็น การใช้งานแบบ Mobile internet ผ่านโทรศัพท์มือถือ, สมาร์ทโฟน หรือแท็บเล็ต ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ที่นิยมอัพโหลดภาพหรือคอมเมนต์บน Social Networking รวมไปถึงการดูคลิปวิดีโอบน VDO Streaming และการใช้งานแบบ Mobile Broadband โดยการใช้แอร์การ์ดเชื่อมต่อกับโน้ตบุ๊กเพื่อใช้งานอินเทอร์เน็ต
สามารถใช้บริการ dtac 3G ได้ที่ไหนบ้าง?
ดีแทคเปิดให้บริการ 3G ในบริเวณกรุงเทพฯ และปริมณฑลแล้ว
สามารถตรวจสอบพื้นที่ให้บริการ dtac 3G
ได้ที่นี่
ในอนาคตจะมีการขยายพื้นที่ให้บริการ 3G หรือไม่?
ดีแทคพร้อมที่จะขยายพื้นที่ให้บริการ 3G ไปยังจังหวัดอื่นๆ ทั่วประเทศไทย เมื่อได้รับการอนุมัติจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยมีแผนการขยายจำนวนเสาสัญญาณเพิ่มขึ้น เริ่มจากจังหวัดชลบุรีและภูเก็ต ภายในปี 2554 โดยมีแผนลงทุนเพื่อจะขยายเสาสัญญาณให้ครอบคลุม 40 จังหวัดทั่วประเทศด้วยสถานีฐานประมาณ 2,000 สถานีภายในปี 2555
ลูกค้าดีแทคปัจจุบันที่ต้องการใช้บริการ 3G ต้องทำอย่างไรบ้าง?
ลูกค้าดีแทคปัจจุบันทุกรายสามารถใช้บริการดีแทค 3G ได้ หากมีโทรศัพท์มือถือหรืออุปกรณ์ที่รองรับ 3G 850MHz และอยู่ในพื้นที่การให้บริการดีแทค 3G
สำหรับลูกค้าดีแทคทั้งแบบรายเดือนและเติมเงินที่ใช้แพ็กเกจหลักหรือแพ็กเสริมที่มีอินเตอร์เน็ตแบบไม่จำกัด (unlimited) ทางดีแทคจะ upgrade ให้ใช้บริการ 3G ได้อัตโนมัติที่ความเร็วสูงสุด 42 Mbps ได้ทันที อาทิเช่น Smartphone infinite, iPhone M, iPhone L, BlackBerry UNLIMIT, Aircard-tablet unlimited และแพ็กเสริม unlimited 790บาท เป็นต้น
สำหรับลูกค้าปัจจุบันที่ใช้แพ็กเกจอินเตอร์เน็ตแบบคิดตามปริมาณการใช้งานก็สามารถใช้ดีแทค 3G ที่ความเร็วสูงสุด 42 Mbps ได้เพียงกด *3000# แล้วโทรออก
และสำหรับลูกค้าปัจจุบันที่ใช้แพ็กเกจอื่นๆ สามารถใช้ดีแทค 3G ที่ความเร็วสูงสุด 384 Kbps ได้เพียงกด *3000# แล้วโทรออก
ทั้งนี้เพื่อการใช้งาน 3G อย่างเต็มประสิทธิภาพ ลูกค้าสามารถตรวจสอบพื้นที่ให้บริการและอุปกรณ์ที่รองรับ 3G เพิ่มเติมได้
ที่นี่ หรือ 1678 dtac call center กด 3 กด 8
ลูกค้าใหม่สามารถใช้บริการ dtac 3G ได้อย่างไร มีแพ็กเกจอะไรให้เลือกบ้าง?
ลูกค้าทั่วไปสามารถใช้บริการ dtac 3G ได้ง่ายๆ เพียงสมัคร
แพ็กเกจจากดีแทค ที่มีให้เลือกทั้งแบบรายเดือนและเติมเงิน โดยใช้กับโทรศัพท์มือถือหรืออุปกรณ์ที่รองรับ 3G 850 MHz รวมทั้งอยู่ในพื้นที่ให้บริการ dtac 3G
ในปัจจุบันมีอุปกรณ์ใดบ้างที่รองรับ 3G และจะทราบได้อย่างไรว่าอุปกรณ์นั้นรองรับ dtac 3G?
อุปกรณ์ที่รองรับการใช้บริการ 3G มีหลายแบบ ขึ้นอยู่กับลักษณะการใช้งาน เช่น โทรศัพท์มือถือ, Tablet, Aircard และ WiFi router เป็นต้น เพียงตรวจสอบจากคุณสมบัติของตัวเครื่อง ก็จะสามารถรู้ได้ว่าอุปกรณ์ที่ใช้นั้นรองรับ dtac 3G หรือไม่ หากเขียนว่า WCDMA 850, UMTS 850 หรือ HSPA 850 หมายความว่ารองรับ dtac 3G เพราะ dtac 3G เป็น 3G บนคลื่นความถี่ 850 MHz
หรือสามารถตรวจสอบได้ง่ายๆ
ที่นี่
อุปกรณ์สื่อสารรุ่นใดบ้างที่มีจำหน่ายในประเทศไทยและรองรับดีแทค 3G และมีรุ่นใดบ้างที่จำหน่ายที่สำนักงานบริการลูกค้าดีแทค และดีแทคเซ็นเตอร์?
โทรศัพท์มือถือที่ dtac ขายและรองรับ dtac 3G มีดังต่อไปนี้
iPhone : iPhone 3GS, iPhone 4
Blackberry : Curve 9300, Bold 9000, Bold 9700, Bold 9780, Torch 9800
HTC : Desire S, Wildfire S ,Sensation
Samsung : Galaxy S2, Galaxy Cooper 850, Galaxy Mini 850
หมายเหตุ: สำหรับ Samsung Galaxy รุ่นที่รองรับดีแทค 3G ต้องมีคำว่า GT-I9100T เช่น Samsung Galaxy S II (GT-I9100T)
ทราบได้อย่างไรว่าใช้งานบน dtac 3G แล้ว?
ถ้าคุณใช้มือถือที่รองรับ dtac 3G ที่ความถี่ 850 MHz และสมัครแพ็กเกจ 3G อยู่แล้ว เพียงตั้งค่ามือถือของคุณให้ใช้งาน 3G เครื่องจะจับสัญญาณและแสดงสถานะเป็น 3G โดยอัตโนมัติ
หากไม่สามารถจับสัญญาณได้ ให้หาเครือข่ายในบริเวณนั้นว่ามีเครือข่ายใดให้บริการบ้าง จากนั้นทดลองให้เครื่องเชื่อมต่อกับเครือข่ายที่มีคำว่า dtac หากเชื่อมต่อแล้วแสดงสถานะเป็น 3G แสดงว่าบริเวณนั้นรองรับการให้บริการ 3G
ความเร็วของบริการ 3G ของดีแทคที่เปิดให้ใช้ได้อยู่ที่เท่าไหร่?
สำหรับ ความเร็วของบริการ 3G ที่ดีแทคเปิดให้บริการสูงสุดที่ 42 Mbps สูงกว่าความเร็วสูงสุดของ EDGE (236 Kbps) รวมทั้งความเร็วเฉลี่ยของ 3G จะสูงกว่า 1 Mbps ซึ่งถือว่าสูงกว่าความเร็วเฉลี่ยของ EDGE กว่า 10 เท่า
ทั้งนี้ความเร็วในการดาวน์โหลดสูงสุดจะอยู่ที่ 42 Mbps และการอัพโหลดสูงสุดจะอยู่ที่ 5.76 Mbps โดยขึ้นอยู่กับประสิทธิภาพของโทรศัพท์มือถือและอุปกรณ์ที่เชื่อมต่อโครงข่าย ช่วงเวลา บริเวณที่ใช้ (เช่น ในหรือนอกอาคาร) และจำนวนผู้ใช้บริการในช่วงเวลาและบริเวณเดียวกัน รวมถึงระยะห่างขอสถานีฐานกับอุปกรณ์ที่ใช้ในการเชื่อมต่อระบบ 3G
นโยบายการรับส่งข้อมูลอย่างเหมาะสม (Fair Usage Policy) บนการใช้งาน dtac 3G คืออะไร?
ดีแทคมีความจำเป็นต้องนำนโยบายสากลที่กำหนดขึ้นเพื่อรักษามาตรฐานการใช้งาน 3G อย่างเหมาะสม (Fair Usage Policy) มากำหนดใช้เพื่อช่วยให้ผู้ใช้บริการ dtac 3G ทุกคนสามารถใช้งานได้อย่างราบรื่น และมีประสิทธิภาพ โดยนโยบายดังกล่าวสามารถป้องกันไม่ให้มีการใช้งานบริการ dtac 3G ด้วยวัตถุประสงค์ต่างๆ ที่ทำให้ประสิทธิภาพและความเร็วในการใช้งานลดลง เช่น แชร์ไฟล์ผ่าน Bit Torrent หรือดาวน์โหลดและอัพโหลดไฟล์ขนาดใหญ่อย่างต่อเนื่อง ผ่านโมเด็มในโทรศัพท์มือถือ หรือแอร์การ์ด ซึ่งการใช้งานดังกล่าวเหมาะกับการใช้งานผ่านเทคโนโลยี ADSL มากกว่า
ดังนั้น เพื่อรักษามาตรฐานคุณภาพการรับส่งข้อมูลบนเครือข่าย dtac 3G ให้เหมาะสมและป้องกันไม่ให้เกิดผลกระทบต่อการใช้งานต่อส่วนรวม ดีแทคจึงมีความจำเป็นต้องกำหนดใช้นโยบายที่จำกัดความเร็วสูงสุดในการใช้งานดีแทค 3G เมื่อผู้ใช้บริการใช้งานอินเทอร์เน็ตสูงถึงปริมาณที่กำหนดไว้ภายใต้แพ็กเกจนั้นๆ โดยภายใต้นโยบายนี้ จะทำให้ผู้ใช้บริการทุกคนสามารถใช้บริการ dtac 3G ได้อย่างราบรื่น เต็มประสิทธิภาพ
ระหว่างใช้งาน dtac 3G จะสามารถโทรออกหรือรับสายได้หรือไม่ จะมีกรณีโทรเข้าไม่ได้หรือไม่?
ต่อไปนี้ลูกค้าดีแทคจะสามารถใช้งานทุกอย่างได้พร้อมกันไม่ติดขัด (multi-tasking) ด้วยเทคโนโลยี Multi RAB (Radio Access Bearer) ไม่ว่าจะเล่นเน็ตพร้อมรับสาย หรือจะรับ-ส่ง SMS พร้อมกันได้อีกด้วย
การใช้ 3G ทำให้สามารถโหลดข้อมูลได้อย่างรวดเร็ว อาจทำให้แพ็กเกจ dtac internet แบบคิดตามปริมาณข้อมูลการใช้งาน (Volume Base) ของลูกค้าหมดเร็วขึ้น ซึ่งอาจจะส่งผลให้ลูกค้ามีค่าบริการที่สูงขึ้น ทางดีแทคมีวิธีการรองรับปัญหานี้อย่างไร?
ดีแทคมีบริการที่ช่วยให้ลูกค้าใช้งานอินเทอร์เน็ตได้อย่างสบายใจ ด้วย บริการแจ้งเตือนค่าใช้อินเทอร์เน็ต หรือ Internet alert ที่ลูกค้าดีแทคสามารถ ใช้บริการได้ทันที ไม่ต้องสมัคร และไม่ต้องเสียค่าบริการ โดยจะมี SMS แจ้งเตือนทุกสเต็ปการใช้งานให้ลูกค้าทราบสำหรับลูกค้าแบบรายเดือนจะแจ้งเตือนเมื่อใช้งานถึง 10 / 200 / 500 / 1,500 บาท ถ้าเล่นเกินก็จ่ายไม่เกินเดือนละ 1,500 บาท สำหรับลูกค้าแบบเติมเงินจะแจ้งเตือนเมื่อใช้งานเกิน 10 บาท และเมื่อถึง 49 บาท ถ้าเล่นเกินก็จ่ายไม่เกินวันละ 49 บาท โดยใช้ฟรีถึงเที่ยงคืน หากใช้ไม่ถึงจ่ายตามจริง