อาหารสุนัข ปรุงกันใหม่ ๆ ให้เจ้าตูบน้อยอร่อยทุกมื้อ

LIV

STARTUP

Butternut Box ปรุงกันใหม่ ๆ ให้เจ้าตูบน้อยอร่อยทุกมื้อ


ทาสหมาทุกคนเป็นอันรู้กันว่าหนึ่งในหน้าที่หลักของเรานั้น หนีไม่พ้นการจัดหาข้าวปลาอาหารมาเลี้ยงดูเจ้าตูบแสนรักของเราให้อิ่มหมีพีมันตลอดเวลา และด้วยความรักที่มนุษย์มีต่อสัตว์เลี้ยงอย่างล้นเหลือนี้เองที่ทำให้ตลาดอาหารสัตว์เลี้ยง โดยเฉพาะอาหารสุนัข เจริญเติบโตมีรายได้กว่า 7.5 หมื่นล้านเหรียญทั่วโลก โดยกว่าครึ่งเป็นรายได้จากอาหารสุนัขล้วน ๆ จึงไม่แปลกที่วงการอาหารสุนัขจะเป็นอีกหนึ่งสนามที่ล่อตาล่อใจให้สตาร์ทอัพรายเล็กรายน้อย ต่างอยากเข้ามาลองวิชากันเป็นทิวแถว ซึ่งหนึ่งในนั้นได้แก่ Butternut Box สตาร์ทอัพน้องใหม่จากเกาะอังกฤษที่เราจะพูดถึงในวันนี้

อาหารสุนัขแนวคิดของ Butternut Box มาพร้อมทางเลือกใหม่ที่เน้นผลิตแต่อาหารปรุงสุก สด ใหม่ รังสรรค์จากวัตถุดิบชั้นดีและมีสารอาหารครบถ้วนต่อการเจริญเติบโตของสุนัข

ซีอีโอและเจ้าของบริษัทเป็นชายหนุ่ม 2 นาย ได้แก่ เควิน ไกลน์ และ เดวิด โนแลน ทั้งคู่เคยทำงานให้สถาบันการเงินชื่อดังอย่าง Goldman Sachs ก่อนจะตัดสินใจกระโดดเข้าร่วมชิงส่วนแบ่งของเค้กก้อนโตในอุตสาหกรรมอาหารสุนัข โดยมองว่าตลาดนี้ยังมีช่องว่างสำหรับการเติบโต โดยเฉพาะในหมวดอาหารปรุงสุก เพราะสินค้าส่วนใหญ่ที่วางขายนั้นเป็นอาหารสำเร็จรูป ซึ่งอาจไม่ตอบโจทย์กลุ่มผู้บริโภคที่ต้องการอาหารสุนัขสดใหม่สำหรับสุนัขของตน

จุดแข็งของ Butternut Box คือ ทุกเมนูถูกพัฒนาขึ้นโดยนักโภชนาการอาหารสุนัข จึงมั่นใจได้ว่าทุกเมนูมีวิตามิน แร่ธาตุ และสารอาหารที่ครบครัน นอกจากนี้ บริษัทยังใช้อัลกอริทึมในการวิเคราะห์ข้อมูลเฉพาะของสุนัขแต่ละตัว เช่น อายุ น้ำหนัก สายพันธุ์ ลักษณะนิสัย รวมทั้งลักษณะทางกายภาพอื่น ๆ เพื่อคำนวณปริมาณกิโลแคลอรีและสารอาหารที่สุนัขแต่ละตัวควรได้รับในแต่ละวันอีกด้วย

ที่ต้องพิถีพิถันเรื่องโภชนาการและปริมาณสารอาหารขนาดนี้ก็เพื่อเลี่ยงปัญหาสุขภาพต่าง ๆ ในสุนัข โดยเฉพาะ “โรคอ้วน” ซึ่งเป็นศัตรูตัวฉกาจของบรรดา “ตูบจ้ำม่ำ” ทั้งหลาย แค่ในอังกฤษประเทศเดียว ก็มีการประเมินกันว่าปีหนึ่ง ๆ เจ้าของต้องเสียเงินค่ารักษาโรคอ้วนของสุนัขรวมกันสูงถึงปีละ 200 ล้านปอนด์ทีเดียวเชียว

สาเหตุหลักก็มาจากการที่บรรดาเหล่า “ทาส” คอยปรนเปรอ “นายท่าน” ด้วยสารพัดอาหารสุนัขทั้งคาวหวานจนพุงห้อยแทบติดพื้นนั่นเอง

เมื่อมีสุขภาพของนายท่านเป็นเดิมพัน เหล่าทาสทั้งหลายจึงไม่ลังเลที่จะลองใช้บริการของ Butternut Box ซึ่งวิธีใช้ก็เพียงแค่ล็อกอินเข้าเว็บไซต์และกรอกแบบสอบถามเกี่ยวกับสุนัขของตน เช่น ชื่อ อายุ สายพันธุ์ น้ำหนัก นิสัย (ซน ซ่า เงียบ หงิม ฯลฯ) และลักษณะการกิน (กินน้อย กินจุ กินดะ หรือ กินยากกินเย็น) เป็นต้น

เมื่อกรอกเสร็จ ระบบจะประมวลผลให้รู้ทันทีว่าสุนัขตัวนั้นจำเป็นต้องได้อาหารกี่กิโลแคลอรีต่อวัน ก่อนจะเสนอเมนูให้ลูกค้าเลือก ซึ่งก็มีทั้งเมนูเนื้อวัว เมนูเนื้อไก่ เมนูไก่งวง และเมนูแกะ ทุกเมนูจะบรรจุในถุงอย่างดีสำหรับหนึ่งวัน แค่ฉีกถุงแล้วเทลงชามข้าว เป็นอันเรียบร้อยโรงเรียนตูบ

ที่หน้าถุงจะมีรายละเอียดของสารอาหารและวัตถุดิบที่ใช้ในการปรุง หากอยากอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมก็คลิกอ่านได้ที่หน้าเว็บ เช่น เมนูเนื้อวัว จะประกอบไปด้วยเนื้อบดชั้นดี 45% หัวใจ 10% ตับ 5% ตามด้วยผักสารพัดชนิด ทั้งแครอท ถั่วเลนทิล กะหล่ำดอก และอื่น ๆ

เครดิตภาพ: https://butternutbox.com/

ทาง Butternut Box บอกว่าอาหารสุนัขจะได้รับการปรุงสุกใหม่ ๆ ทุกอาทิตย์ โดยบริษัทมีครัวอยู่ที่ลอนดอนซึ่งเป็นครัวที่มีอุปกรณ์ทันสมัยครบครัน ไม่ต่างจากครัวของร้านอาหารใหญ่ ๆ ทั่วไป และมีทีมเชฟค่อย ๆ ปรุงอาหารอย่างใจเย็น แถมมีการชิมรสก่อนบรรจุถุงอีกด้วย เพื่อให้ชัวร์สุด ๆ ว่านอกจากจะอุดมด้วยสารอาหารแล้วยังอร่อยอีกด้วย

หากเทียบกับอาหารสุนัขแบบเปียกที่บรรจุกระป๋องขายตามห้าง Butternut Box เคลมว่าอาหารของตนสดใหม่กว่า เพราะปรุงกันตามออร์เดอร์ในปริมาณไม่มาก ไม่ใช่เก็บดองไว้ข้ามปี อีกทั้งไม่ใช้อุณหภูมิสูงในการปรุงเหมือนอาหารกระป๋องทั่วไป ทำให้คงคุณค่าสารอาหารไว้ได้มากกว่า นอกจากนี้ยังไม่ใส่สารกันบูด หรือสารปรุงแต่งใด ๆ

และหากดูที่ปริมาณโปรตีนก็ดูเหมือนจะมากกว่าด้วย เช่น อาหารเปียกรสไก่ ทั่วไปจะมีปริมาณเนื้อไก่จริง ๆ แค่ 4% ในขณะที่ของ Butternut Box จะมีถึง 60% และที่สำคัญคือ อาหารของ Butternut Box จะคำนวณปริมาณมาได้พอเหมาะกับการบริโภคในแต่ละวันเสร็จสรรพ ทำให้เหล่าทาสสบายใจได้ว่าจะไม่หนักมือเทอาหารให้นายท่านตูบสวาปามจนอ้วนเผละเสียทรง

เครดิตภาพ: https://butternutbox.com/

ด้านสนนราคานั้น ทาง Butternut Box จะแบ่งตามขนาดของสุนัข ถ้าเป็นไซส์เล็ก อาหารจะตกวันละ 1.6 ปอนด์ ไซส์กลาง วันละ 2.66 ปอนด์ และไซส์ใหญ่วันละ 3.92 ปอนด์ โดยบริษัทจะบรรจุอาหารถุงเหล่านี้ใส่กล่องครั้งละ 14 ถุง (เก็บใส่ตู้เย็นไว้กินได้ 14 วัน) โดยจะคิดเงินทุก ๆ 28 วัน

เปิดกิจการมาได้ปีกว่า ๆ บริษัทก็ปรุงอาหารสุนัขส่งตามบ้านไปแล้วมากกว่า 250,000 มื้อ ระดมทุนมาได้ 1 ล้านปอนด์ และถ้า Butternut Box สามารถมัดใจนายท่านด้วยเสน่ห์ปลายจวักจนอยู่หมัดเมื่อไร บรรดามนุษย์ก็คงหนีไปไหนไม่รอด ต้องคอยรูดบัตรซื้อเมนูโปรดมาประเคนให้นายท่านต่อไปอีกนาน

เรื่องนี้เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างที่บอกเราว่า บางครั้งไอเดียธุรกิจที่ “ขายได้” ก็ไม่จำเป็นต้องไฮเทค ซับซ้อน เสมอไป ขอแค่มองเห็นโอกาส และเข้าใจความต้องการของลูกค้าเป้าหมายอย่างแท้จริง ก็มีโอกาสจะลืมตาอ้าปากได้เช่นกัน ใครที่มีไอเดียดี ๆ แต่ยังไม่แน่ใจ ลองติดตามการเปิดรับสมัครเข้าโครงการ dtac accelerate ดูนะคะ เพราะนอกจากจะมีโอกาสได้เข้า bootcamp แบบเข้มข้นแล้วยังมีเมนทอร์ชั้นนำในวงการให้คำปรึกษาอย่างใกล้ชิด ใครผลงานดีเข้าตากรรมการยังมีโอกาสได้เงินลงทุนอีกด้วย

บทความนี้ดัดแปลงจากต้นฉบับของผู้เขียนที่ตีพิมพ์ในคอลัมน์ “สตาร์ทอัพ ปัญหาทำเงิน” ของ นสพ. ประชาชาติธุรกิจ