ดีแทคแนะนำ ‘สมาร์ทคอนเน็ค โดยเน็ตฟาวดรี่’ แพลตฟอร์มให้บริการเครือข่าย ตอบโจทย์วิธีทำงานในความปกติใหม่ ช่วยองค์กรป้องกันข้อมูลรั่วไหล ลดค่าใช้จ่าย ดีแทคแนะนำ ‘สมาร์ทคอนเน็ค โดยเน็ตฟาวดรี่’ แพลตฟอร์มให้บริการเครือข่าย ตอบโจทย์วิธีทำงานในความปกติใหม่ ช่วยองค์กรป้องกันข้อมูลรั่วไหล ลดค่าใช้จ่าย

share

22 June 2020

ดีแทคแนะนำ ‘สมาร์ทคอนเน็ค โดยเน็ตฟาวดรี่’ แพลตฟอร์มให้บริการเครือข่าย ตอบโจทย์วิธีทำงานในความปกติใหม่ ช่วยองค์กรป้องกันข้อมูลรั่วไหล ลดค่าใช้จ่าย

 ดีแทคแนะนำโซลูชันใหม่ล่าสุด สมาร์ทคอนเน็ค โดยเน็ตฟาวเดอรี่ (SmartConnect powered by NetFoundry) ให้บริการเครือข่าย (Network as a Service) โดยเน็ตฟาวเดอรี่ (NetFoundry) ทำให้ธุรกิจขององค์กรสามารถเชื่อมต่อและรับส่งข้อมูลระหว่างสำนักงานหรือสาขาต่างๆในที่ใดก็ได้

ในโลกนี้ หรือเชื่อมต่อกับคลาวด์สาธารณะหรือ ไฮบริดคลาวด์ที่ผสมผสานการทำงานระหว่างคลาวด์ส่วนตัวและคลาวด์สาธารณะ ตอบโจทย์ต่อเทรนด์การทำงานของธุรกิจที่มีการใช้ระบบคลาวน์ในการจัดการข้อมูลและดำเนินงานมากยิ่งขึ้น โดยการเชื่อมต่อและรับส่งข้อมูลผ่านเครือข่ายของสมาร์ทคอนเน็คมีความปลอดภัยสูง มีประสิทธิภาพ และช่วยลูกค้าองค์กรลดค่าใช้จ่าย โดยไม่ต้องลงทุนซื้ออุปกรณ์และระบบเครือข่าย ช่วยเสริมประสิทธิภาพการทำงานธุรกิจองค์กร ที่กลับมาทำงานอย่างเต็มกำลัง หลังวิกฤตโควิด-19 คลี่คลายลงจากการปลดล็อคที่ให้กลับมาเปิดธุรกิจได้ตามปกติ

นายราจีฟ บาวา รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มธุรกิจองค์กร บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือดีแทค กล่าวว่า “ดีแทคมีความมุ่งมั่นในการสนับสนุนและช่วยสร้างการเติบโตให้แก่ ผู้ประกอบการธุรกิจ เพื่อก้าวสู่การเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน ด้วยหลักพื้นฐาน 3 ประการ ได้แก่ ความไว้วางใจ(Trust) ความง่าย (Simplicity) ความซื่อตรง (Honesty) ดังนั้น สิ่งที่ดีแทคจะให้ทุกธุรกิจก้าวผ่านอุปสรรคและประสบความสำเร็จทางธุรกิจได้คือ โซลูชันที่ช่วยให้ธุรกิจต่างๆ เติบโตในการเปลี่ยนวิธีทำงานไปสู่ New normal ล่าสุด ดีแทคขอแนะนำ ‘สมาร์ทคอนเน็ค โดยเน็ตฟาวเดอรี่’ สู่ตลาด รายแรกและรายเดียวในไทย ซึ่งมั่นใจว่าจะช่วยให้ธุรกิจทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุดในการบริหารจัดการข้อมูลในยุคนี้ สมาร์ทคอนเน็ค โดยเน็ตฟาวเดอรี่ สามารถใช้แทนระบบ VPN ได้ อีกทั้งยังเข้าถึงข้อมูลบนระบบคลาวด์ได้รวดเร็วกว่าเครือข่ายปกติถึง 8-10 เท่า มั่นใจได้ว่าข้อมูลไม่รั่วไหลด้วยระบบรักษาความปลอดภัยถึง 5 ชั้น เทียบเท่ากับมาตรฐานที่ใช้ในกองทัพสหรัฐอเมริกา อีกทั้งยังลดต้นทุนลงกว่า 40-80% อีกด้วย”

เทรนด์การทำงานในโลกธุรกิจแบบ New normal

ข้อมูลเป็นหัวใจสำคัญในการทำธุรกิจในยุคนี้ การจัดการและเข้าถึงข้อมูลจากที่ไหนก็ได้ในโลกทำให้ ผู้ประกอบธุรกิจหันมาใช้ระบบคลาวด์ เพราะสามารถเก็บข้อมูลสำคัญไว้กับตัวเองบน data center ส่วนข้อมูลอื่น ๆ สามารถจัดเก็บไว้บนระบบคลาวด์ได้ ทำให้การเชื่อมต่อข้อมูลง่าย และทำงานได้อย่างต่อเนื่องซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญ ในการดำเนินธุรกิจ สะดวกในการเคลื่อนย้ายข้อมูลไปไว้บนคลาวด์ ด้วยระยะเวลาในการเคลื่อนย้ายที่รวดเร็วกว่า

สิ่งที่ผู้ประกอบการมองหาเพื่อตอบโจทย์เทรนด์การทำงานแบบใหม่

อย่างไรก็ตาม ดีแทคพบว่า สิ่งที่ผู้ประกอบการกำลังมองหาเพื่อตอบโจทย์เทรนด์การทำงานที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว พร้อมความมั่นใจไร้กังวลในการจัดการและจัดเก็บข้อมูล  คือ

1. แพลตฟอร์มของเครือข่าย หรือการบริการเครือข่าย ซึ่งจะช่วยให้การสร้างเครือข่ายและ การจัดการข้อมูลง่ายดายมากขึ้น
2. ความเฉพาะของแอปพลิเคชัน (application specific) หรือ โซลูชันทางเครือข่ายที่ลูกค้าสามารถระบุได้ว่า ควรใช้แอปพลิเคชันใดก่อนเป็นลำดับแรก
3. เทคโนโลยีเครือข่ายแบบใหม่ ที่ถูกออกแบบให้มีความรวดเร็วมากขึ้น

เหตุผลที่ควรเลือกใช้สมาร์ทคอนเน็ค โดยเน็ตฟาวดรี่

สมาร์ทคอนเน็ค โดยเน็ตฟาวดรี่ เหมาะกับองค์กรที่กำลังมองหาคลาวด์โซลูชัน เพื่อตอบโจทย์เทรนด์การทำงานที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว พร้อมความมั่นใจไร้กังวลในการจัดการและจัดเก็บข้อมูล โดยมีข้อดีคือ

1. มั่นใจได้ ไม่ต้องกลัวข้อมูลรั่วไหล ด้วยระบบรักษา ความปลอดภัยข้อมูลถึง 5 ชั้น ซึ่งถูกใช้ในกองทัพของ สหรัฐอเมริกา คลายความกังวลใจไปได้เลย
2. ผู้ใช้บริการยังสามารถลดค่าใช้จ่ายได้สูงถึง 40 -80 เปอร์เซ็นต์ เมื่อเทียบกับบริการเครือข่าย แบบดั้งเดิม
3. เชื่อมต่อเข้าถึงผู้ให้บริการคลาวด์ทุกรายในระดับโลกได้อย่างง่ายดาย ไม่ว่าจะเป็น AWS, Azure, Google Cloud, Ali Cloud หรืออื่น ๆ อีกมากมาย ช่วยให้ผู้ใช้งานได้รับประสบการณ์การใช้งานที่สะดวกสบาย สามารถเข้าถึง ระบบคลาวด์ได้รวดเร็วกว่าเครือข่ายปกติ 8-10 เท่า การเชื่อมต่อแบบตาข่ายข้ามภูมิภาคทุกประเภทสามารถทำได้ โดยไม่จำเป็นต้องมีการกำหนดเส้นทางเฉพาะและข้อจำกัดทางภูมิภาคต่าง ๆ
4. คุณสมบัติของ AppWANs ที่เหนือกว่า VPN คือ การเชื่อมต่อแบบ Multipoint to multipoint หรือที่เรียกกันว่าการ เชื่อมต่อแบบหลายจุดไปสู่หลายจุด ทำให้การจัดการสะดวกและง่ายกว่า VPN ที่มีการเชื่อมต่อแบบ point to point หรือการเชื่อมต่อแบบทีละจุด ทั้งนี้การกำหนดเส้นทางของระบบโดเมนเนม (DNS routing ได้ง่ายยิ่งขึ้น ซึ่งจะไม่สามารถทำได้ผ่านการเชื่อมต่อโดยตรงหรือการเชื่อมต่อจาก VPN แบบเก่า ทำให้สามารถใช้งานแทน VPN หรือ ใช้งานกับ VPN ที่มีอยู่ได้อย่างมีเสถียรภาพมากกว่าเดิม
5. ช่วยเชื่อมต่อกับผู้ให้บริการคลาวด์ได้ไม่สะดุด สามารถสับเปลี่ยนการเชื่อมต่อคลาวด์หรือแอปพลิเคชันได้อย่างลื่นไหล จัดการข้อมูลได้ด้วยตัวเอง สามารถสร้างกลุ่มเฉพาะเพื่อเชื่อมต่อกับแอปพลิเคชันที่ต้องการได้
6. ช่วยลดเวลาในการโยกย้ายข้อมูลจากพื้นที่จัดเก็บเดิมไปสู่คลาวด์
“ดีแทคได้สร้างความแตกต่างจากผู้ให้บริการโทรคมนาคมอื่น ด้วยบริการแอปพลิเคชันที่ล้ำหน้าสามารถเชื่อมต่อถึงผู้ให้บริการคลาวด์ในระดับโลก เพื่อการจัดเก็บข้อมูลได้อย่างปลอดภัย มีประสิทธิภาพ ทุกที่ ทุกเวลา โดยไม่ต้องพึ่งระบบและเครือข่ายแบบเดิม ดีแทค สมาร์ทคอนเน็คจากดีแทคและเน็ตฟาวดรี่ช่วยยกระดับการให้บริการลูกค้าของไทยให้ก้าวไปอีกขั้น” นายดิเพช ราจอาน รองประธานและกรรมการผู้จัดการ เน็ตฟาวดรี่ เอเชียแปซิฟิค กล่าว

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับ SmartConnect powered by NetFoundry ได้ที่ www.dtac.co.th/business/products/smartconnect  หรือโทร 088-188-1678 cloudsales@dtac.co.th 

share

สนใจให้ดีแทคช่วยเชื่อมต่อความสำเร็จ

Contact Sale Service 1431

Or Contact dtac Call Center 24/7

For More Information

dtac agent is going to contact you to provide more details