ผู้ให้บริการตกลงให้บริการ และผู้ใช้บริการตกลงใช้บริการวิทยุคมนาคมระบบเซลลูล่าประเภทจดทะเบียนภายใต้ข้อกำหนดและเงื่อนไขการให้บริการวิทยุคมนาคมระบบเซลลูล่าของผู้ให้บริการ ดังต่อไปนี้

ข้อ 1. คำนิยาม

  1. “ผู้ใช้บริการ” หมายความว่า ผู้ที่ตกลงใช้เลขหมาย และบริการวิทยุคมนาคมระบบเซลลูล่าประเภทจดทะเบียนของผู้ให้บริการซึ่งเป็นบุคคลธรรมดา หรือนิติบุคคล แต่ไม่รวมถึงผู้ใช้บริการประเภทองค์กรธุรกิจและองค์กรภาครัฐ
  2. “ผู้ให้บริการ” หมายความว่า บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน)
  3. “การยื่นคำขอ” หมายความว่า การยื่นคำขอใช้บริการด้วยการลงลายมือชื่อ ตามรูปแบบที่ผู้ให้บริการกำหนดโดยยื่นต่อผู้ให้บริการด้วยตนเอง หรือส่งทางไปรษณีย์ และหมายความรวมถึงการยื่นคำขอใช้บริการด้วยวิธีการอื่นใด โดยทางโทรศัพท์ หรือโทรสาร รวมทั้งการพิมพ์ หรือการเลือกข้อความ และการกระทำใด ๆ ที่ทำให้ปรากฏซึ่งข้อความตามวิธีการที่ผู้ให้บริการกำหนด ผ่านเครื่องวิทยุคมนาคมระบบเซลลูล่า เครือข่ายอินเทอร์เน็ต ระบบอิเล็กทรอนิกส์ หรือช่องทาง หรือสื่ออื่นใดตามที่ผู้ให้บริการกำหนด ทั้งที่มีอยู่ในปัจจุบัน และที่จะกำหนดขึ้นในอนาคต
  4. “คำขอ” หมายความว่า คำขอทุกประเภทตามแบบที่ผู้ให้บริการกำหนด และหมายความรวมถึงคำขอที่ส่งผ่านเครื่องวิทยุคมนาคมระบบเซลลูล่า เครือข่ายอินเทอร์เน็ต ระบบอิเล็กทรอนิกส์ หรือช่องทาง หรือสื่ออื่นใดตามที่ผู้ให้บริการกำหนด ทั้งที่มีอยู่ในปัจจุบัน และที่จะกำหนดขึ้นในอนาคต ทั้งนี้ คำขอให้ถือเป็นส่วนหนึ่งของสัญญาให้บริการนี้ด้วย
  5. “บริการ” หมายความว่า บริการปกติและบริการเสริม
  6. “บริการปกติ” หมายความว่า การให้บริการสื่อสารทางวิทยุคมนาคมระบบเซลลูล่าที่ผู้ส่งหรือผู้รับสามารถสื่อสารกันได้เป็นคำพูด เครื่องหมาย สัญญาณ ตัวหนังสือ ภาพ เสียง หรือ การอื่นใดที่สามารถสื่อความหมายได้ และหมายความรวมถึงบริการโทรศัพท์ระหว่างประเทศ และ/หรือบริการข้ามแดนอัตโนมัติ และ/หรือบริการเพื่อการรับส่งข้อมูล และ/หรือการเชื่อมต่อ หรือเข้าถึงบริการโทรคมนาคมอื่นที่ให้บริการผ่านบริการวิทยุคมนาคมระบบเซลลูล่าของผู้ให้บริการด้วย เช่น การเชื่อมต่อเพื่อรับบริการอินเตอร์เน็ต
  7. “บริการเสริม” หมายความว่า บริการใด ๆ ของนอกเหนือจากบริการปกติ ทั้งที่ให้บริการโดยผู้ให้บริการเอง หรือตามข้อตกลงร่วมของผู้ร่วมให้บริการเสริมอื่นใด
  8. “วิทยุคมนาคมระบบเซลลูล่า” หมายความว่า วิทยุคมนาคมระบบเซลลูล่า หรือบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ที่ย่านความถี่ 800 MHz. และความถี่ 1800 MHz. ที่ให้บริการโดยผู้ให้บริการ
  9. “สัญญาให้บริการ” หมายความว่า สัญญาให้บริการฉบับนี้ และที่อาจมีการแก้ไขเปลี่ยนแปลงภายใต้ข้อกำหนดของประกาศคณะกรรมการที่เกี่ยวข้อง
  10. “ข้อมูลส่วนบุคคล” หมายความว่า ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับผู้ใช้บริการ ดังต่อไปนี้
    1. ข้อเท็จจริงที่บ่งชี้ถึงตัวผู้ใช้บริการ
    1.1 กรณีบุคคลธรรมดา หมายถึง ชื่อ ที่อยู่ วันเดือนปีเกิด เลขที่บัตรประจำตัวประชาชน หรือบัตรประจำตัวเจ้าหน้าที่ของรัฐ หรือหนังสือเดินทาง สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน หรือสำเนาบัตรประจำตัวอื่นใดที่ออกโดยส่วนราชการหรือหน่วยงานของรัฐ หรือข้อมูล หรือเอกสารหลักฐานที่สามารถกำหนดตัวบุคคลของผู้ใช้บริการได้แน่นอนตรงตามความเป็นจริง
    1.2 กรณีนิติบุคคล หมายถึง ชื่อ สถานที่ตั้งสำนักงานแห่งใหญ่ เลขที่ทะเบียนนิติบุคคล สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน หรือสำเนาบัตรประจำตัวอื่นใดของผู้มีอำนาจกระทำการแทนของนิติบุคคลนั้นที่ออกโดยส่วนราชการหรือหน่วยงานของรัฐ หรือข้อมูล หรือเอกสารหลักฐานอื่นใดที่สามารถกำหนดตัวบุคคลของผู้ใช้บริการและผู้มีอำนาจกระทำการแทน ของผู้ใช้บริการได้แน่นอนตรงตามความเป็นจริง
    2. ข้อมูลการใช้บริการ และการชำระค่าบริการ รวมทั้งข้อมูล ข้อเท็จจริง เอกสารหลักฐาน หรือสิ่งอื่นใดอันเกี่ยวข้องกับผู้ใช้บริการวิทยุคมนาคมระบบเซลลูล่าของผู้ให้บริการ
  11. “การประมวลผลข้อมูล” หมายความว่า การดำเนินการใด ๆ เกี่ยวกับการเก็บรวบรวม การบันทึก การจัดเรียบเรียง การเก็บรักษา การแก้ไขเพิ่มเติม การนำกลับมา การใช้ การเปิดเผย การพิมพ์ การให้เข้าถึง การลบหรือการทำลายซึ่งข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้บริการ และให้หมายความรวมถึง การส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคล ที่ใช้ในการประกอบธุรกิจการให้บริการวิทยุคมนาคมระบบเซลลูล่าของผู้ให้บริการ
  12. “ค่าบริการ” หมายความว่า ค่าตอบแทนการใช้บริการ ค่าเช่าเลขหมายรายเดือน ค่าใช้บริการเสริม ค่าธรรมเนียม และค่าใช้จ่ายอื่นใดที่ผู้ให้บริการกำหนดเกี่ยวกับการใช้บริการวิทยุคมนาคมระบบเซลลูล่าในสัญญานี้ รวมทั้งค่าบริการ ค่าธรรมเนียม หรือค่าใช้จ่ายอื่นใดที่เกิดขึ้น จากการใช้บริการโทรศัพท์ระหว่างประเทศ หรือบริการข้ามแดนอัตโนมัติ ซึ่งผู้ให้บริการมีสิทธิเรียกเก็บในนามของผู้ให้บริการ หรือเรียกเก็บแทนผู้ให้บริการโทรศัพท์ระหว่างประเทศ หรือผู้ให้บริการข้ามแดนอัตโนมัติ ผู้ร่วมให้บริการเสริม ตามอัตราที่กำหนดไว้ในสัญญาให้บริการนี้ หรือตามที่จะมีการเปลี่ยนแปลงในอนาคต
  13. “บริการโทรศัพท์ระหว่างประเทศ” หมายความว่า การเรียกออกต่างประเทศโดยผู้ใช้บริการเอง (International Direct Dialing: IDD) โดยเรียกผ่านเลขหมายสำหรับบริการเรียกออกต่างประเทศ หรือสัญลักษณ์ที่ใช้แทนรหัสเรียกออกต่างประเทศของผู้ให้บริการโทรศัพท์ระหว่างประเทศซึ่งมีข้อตกลงร่วมกับผู้ให้บริการ
  14. “บริการข้ามแดนอัตโนมัติ (International Roaming: IR)” หมายความว่า การนำเลขหมายวิทยุคมนาคมระบบเซลลูล่าของผู้ใช้บริการไปใช้ในโครงข่ายของผู้ให้บริการอื่นในต่างประเทศตามข้อตกลงร่วมของผู้ให้บริการ
  15. “ผู้ร่วมให้บริการเสริม” หมายความว่า ผู้ที่มีข้อตกลงกับผู้ให้บริการในการให้บริการเสริมตามข้อ 7
  16. “วงเงินค่าใช้บริการ” หมายความว่า จำนวนเงินค่าใช้บริการสูงสุดที่ผู้ให้บริการ และผู้ใช้บริการตกลงร่วมกัน แต่ไม่รวมถึงค่าใช้บริการข้ามแดนอัตโนมัติ
  17. “รอบการใช้บริการ” หมายความว่า รอบระยะเวลาของการใช้บริการ เพื่อใช้ ในการเรียกเก็บค่าบริการตามที่ผู้ให้บริการกำหนด ทั้งนี้ ต้องไม่น้อยกว่า 1 เดือน
  18. “รายการส่งเสริมการขาย” หมายความว่า รายการส่งเสริมการให้บริการของ ผู้ให้บริการ เช่น โปรโมชั่น แพ็กเกจอัตราค่าบริการ ส่วนลดค่าบริการ เป็นต้น ซึ่งผู้ให้บริการกำหนดขึ้นสำหรับการให้บริการแก่ผู้ใช้บริการ โดยผู้ใช้บริการมีสิทธิเลือกใช้รายการส่งเสริมการขายดังกล่าวกับการใช้บริการของตนได้ภายใต้เงื่อนไขที่ผู้ให้บริการกำหนด
  19. “สิทธิพิเศษอื่น ๆ” หมายความว่า สิทธิประโยชน์อื่น ๆ นอกเหนือจากรายการส่งเสริมการขายที่ผู้ให้บริการกำหนดขึ้นสำหรับการให้บริการแก่ผู้ใช้บริการ โดยผู้ใช้บริการมีสิทธิเลือกรับสิทธิพิเศษอื่น ๆ ดังกล่าวเพิ่มเติมจากการใช้บริการได้ภายใต้เงื่อนไขที่ผู้ให้บริการกำหนด
  20. “ประกาศเรื่องข้อมูลส่วนบุคคล” หมายความว่า ประกาศคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ เรื่อง มาตรการคุ้มครองสิทธิของผู้ใช้บริการโทรคมนาคมเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคล สิทธิในความเป็นส่วนตัว และเสรีภาพในการสื่อสารถึงกันโดยทางโทรคมนาคม หรือที่มีการแก้ไขเพิ่มเติม
  21. “คณะกรรมการ” หมายถึง คณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคม แล้วแต่กรณี
  22. “ประกาศคณะกรรมการ” หมายถึง ประกาศของคณะกรรมการ รวมถึงที่มีการแก้ไขเพิ่มเติม

ข้อ 2. การยื่นคำขอใช้บริการ และการอนุมัติให้เปิดใช้บริการ

  1. ในการยื่นคำขอใช้บริการวิทยุคมนาคมระบบเซลลูล่า ผู้ใช้บริการมีหน้าที่ ต้องให้ข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้บริการ รวมถึงหนังสือมอบอำนาจ (ในกรณีที่มีการมอบอำนาจ) เพื่อการพิจารณาอนุมัติให้ใช้บริการ
  2. เมื่อผู้ใช้บริการได้ลงลายมือชื่อ และยื่นคำขอใช้บริการ หรือคำขออื่นใดต่อผู้ให้บริการ ถือว่ายินยอมผูกพัน และปฏิบัติตามสัญญาให้บริการนี้ทุกประการนับตั้งแต่วันที่เปิดใช้บริการ และในกรณีที่ผู้ให้บริการเสนอให้ผู้ใช้บริการได้รับบริการเสริมอื่นใดเพิ่มเติมนอกเหนือจากที่กำหนดไว้ในสัญญาให้บริการนี้ ข้อสัญญาในเรื่องบริการเสริมดังกล่าวจะมีผลผูกพันต่อเมื่อปรากฏข้อเท็จจริงโดยชัดแจ้งว่าผู้ใช้บริการตกลงยินยอมที่จะใช้บริการเสริมดังกล่าว (ซึ่งความยินยอมโดยชัดแจ้งของผู้ใช้บริการนั้น ให้รวมถึงกรณีที่ผู้ใช้บริการยืนยันการใช้บริการเสริมโดยการพิมพ์ การเลือกข้อความ หรือการกระทำใด ๆ ที่ทำให้ปรากฏซึ่งข้อความตามวิธีการที่ผู้ให้บริการกำหนด ผ่านเครื่องวิทยุคมนาคมระบบเซลลูล่า เครือข่ายอินเทอร์เน็ต ระบบอิเล็กทรอนิกส์ หรือช่องทาง หรือสื่ออื่นใดตามที่ผู้ให้บริการกำหนด) เว้นแต่เป็นกรณีที่ผู้ใช้บริการได้ใช้บริการนั้นอยู่แล้ว ซึ่งให้ถือว่าผู้ใช้บริการประสงค์จะใช้บริการเสริมนั้นต่อไปหากมิได้ปฏิเสธ หรือขอยกเลิกการใช้บริการ และหากผู้ใช้บริการขอยกเลิกบริการเสริมดังกล่าวเมื่อใด ผู้ให้บริการต้องดำเนินการยกเลิกบริการเสริมดังกล่าวในทันที ในกรณีมีข้อโต้แย้ง หากไม่ปรากฏข้อเท็จจริงโดยชัดแจ้งว่าผู้ใช้บริการตกลงยินยอมที่จะใช้บริการเสริมดังกล่าว ผู้ให้บริการไม่มีสิทธิเรียกเก็บค่าบริการเสริมดังกล่าว
  3. การทำสัญญาให้บริการ และการอนุมัติให้เปิดใช้บริการนี้ทำขึ้นที่ บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) สำนักงานใหญ่ ตั้งอยู่เลขที่ 319 อาคารจตุรัสจามจุรี ชั้น 22-41 ถนนพญาไท แขวงปทุมวัน เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330

ข้อ 3. มาตรการในการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

  1. ภายใต้ประกาศเรื่องข้อมูลส่วนบุคคล ผู้ให้บริการสามารถประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้บริการได้เมื่อได้รับความยินยอมโดยชัดแจ้งจากผู้ใช้บริการ และผู้ให้บริการได้แจ้งวัตถุประสงค์การขอข้อมูลส่วนบุคคลให้ผู้ใช้บริการทราบล่วงหน้าแล้ว ทั้งนี้ ผู้ใช้บริการมีสิทธิขอตรวจดู ขอสำเนา หรือขอสำเนารับรองถูกต้องเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้บริการ ขอแก้ไข หรือเปลี่ยนแปลงข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้บริการให้ถูกต้องสมบูรณ์ ขอระงับการใช้หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้บริการ หรือเพิกถอนความยินยอมให้ประมวลผลไม่ว่าเวลาใดก็ตาม ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดในประกาศเรื่องข้อมูลส่วนบุคคล
  2. ผู้ให้บริการจะดำเนินการจัดให้มีมาตรการป้องกันการดักฟัง ตรวจ กักสัญญาณ หรือเปิดเผยสิ่งสื่อสารถึงกันโดยทางวิทยุคมนาคมระบบเซลลูล่าที่ผู้ใช้บริการติดต่อถึงกันไม่ว่าจะเป็นรูปแบบใด ๆ

ข้อ 4. การเปลี่ยนแปลงข้อกำหนดและเงื่อนไข

  1. บรรดาข้อตกลง ข้อกำหนด และเงื่อนไขการใช้บริการ และเอกสารแนบท้ายสัญญาให้บริการอื่นใดที่มีอยู่ก่อนแล้วระหว่างผู้ให้บริการกับผู้ใช้บริการในส่วนที่กำหนดไว้แล้วในสัญญาให้บริการนี้ ซึ่งขัดหรือแย้งกับสัญญาให้บริการนี้ ให้ใช้สัญญาให้บริการนี้แทน
  2. ผู้ให้บริการขอสงวนสิทธิในการเปลี่ยนแปลง แก้ไขเพิ่มเติมสัญญาให้บริการนี้ตามที่ได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการ หรือตามที่คณะกรรมการประกาศกำหนด โดยจะแจ้งให้ผู้ใช้บริการทราบล่วงหน้า ผ่านเว็บไซต์ และสำนักงานบริการลูกค้าของผู้ให้บริการ ตัวแทนศูนย์บริการหรือศูนย์บริการรับข้อร้องเรียนของผู้ให้บริการ หรือผ่านเลขหมายของผู้ใช้บริการ ทั้งนี้ ไม่ตัดสิทธิผู้ใช้บริการที่จะบอกเลิกสัญญาให้บริการได้ทันที ในกรณีที่การเปลี่ยนแปลงสัญญาให้บริการมีผลเป็นการลดสิทธิ หรือประโยชน์อันพึงได้รับของผู้ใช้บริการให้น้อยลง เว้นแต่เกิดจากเหตุตามที่กฎหมายกำหนด
  3. กรณีสัญญาข้อหนึ่งข้อใดขัดหรือแย้งกับกฎหมาย ระเบียบ หรือประกาศ ซึ่งออกโดยคณะกรรมการ หรือหน่วยงานของรัฐที่มีอำนาจตามกฎหมาย คู่สัญญาทั้งสองฝ่ายตกลงกันให้ถือว่าสาระสำคัญของสัญญาในข้ออื่น ๆ ที่ไม่ขัด หรือแย้งกับกฎหมาย ระเบียบ หรือประกาศดังกล่าวยังคงมีผลใช้บังคับต่อไป

ข้อ 5. การใช้บริการ

  1. ผู้ใช้บริการจะต้องใช้บริการตามข้อกำหนด และเงื่อนไขที่ผู้ให้บริการกำหนด รวมทั้งการใช้บริการต้องไม่มีลักษณะอย่างหนึ่งอย่างใด ดังต่อไปนี้
    1. ใช้บริการ หรืออนุญาตให้บุคคลอื่นใช้บริการในลักษณะหยาบคาย ลามก อนาจาร ไม่ชอบด้วยกฎหมาย หรือขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน
    2. ใช้เพื่อวัตถุประสงค์ในการข่มขู่ รบกวน คุกคาม ล่วงเกิน หรือเป็นการกระทำละเมิดต่อสิทธิในความเป็นส่วนตัว หรือทำให้บุคคลอื่นเสื่อมเสียชื่อเสียง
    3. กระทำการใดอันเป็นการละเมิดสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญา
    4. ใช้เพื่อการสร้างความเข้าใจผิด และ/หรือหลอกลวงประชาชน
    5. ใช้ในลักษณะที่ต้องห้ามหรือขัดต่อกฎหมาย ระเบียบ จรรยาบรรณ หรือประกาศใด ๆ ที่ใช้บังคับ
    6. ดำเนินการใด ๆ ในลักษณะของการแทรกแซงการให้บริการของผู้ให้บริการ หรือผู้ให้บริการรายอื่นซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อผู้ให้บริการ หรือโครงข่ายโทรคมนาคมอื่น ๆ
  2. หากผู้ใช้บริการได้ใช้บริการอันเป็นการขัดต่อสัญญาให้บริการนี้ หรือขัดต่อกฎหมายใด ๆ อันเป็นการละเมิดต่อบุคคลภายนอก และมีความเสียหายเกิดขึ้น ผู้ใช้บริการต้องรับผิดในความเสียหายที่เกิดขึ้น

ข้อ 6. วงเงินค่าใช้บริการ

  1. วงเงินค่าใช้บริการเป็นไปตามที่ผู้ให้บริการและผู้ใช้บริการจะได้ตกลงร่วมกัน ทั้งนี้ การเพิ่มหรือลดวงเงินค่าใช้บริการจะกระทำได้ต่อเมื่อได้รับความยินยอมโดยชัดแจ้งจากผู้ใช้บริการก่อน อย่างไรก็ดี หากผู้ให้บริการอยู่ในระหว่างการตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้บริการ ผู้ให้บริการมีสิทธิเปลี่ยนแปลงวงเงินค่าใช้บริการได้ตามที่ผู้ให้บริการเห็นสมควร
  2. กรณีที่ค่าบริการของผู้ใช้บริการ ณ ขณะใดขณะหนึ่งเกินวงเงินค่าใช้บริการตามที่ผู้ให้บริการกำหนดไว้ในสัญญาให้บริการ ผู้ให้บริการมีสิทธิระงับการให้บริการชั่วคราวได้ ทั้งนี้ ผู้ให้บริการจะแจ้งเตือนให้ผู้ใช้บริการทราบล่วงหน้าเมื่อเห็นว่าผู้ใช้บริการได้ใช้บริการใกล้เต็มวงเงินตามที่ได้ตกลงไว้ในสัญญาให้บริการ โดยการกำหนดวงเงินคงเหลือที่ผู้ให้บริการจะแจ้งให้ผู้ใช้บริการทราบให้เป็นไปตามที่ได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการ

    อนึ่ง เมื่อผู้ใช้บริการได้ชำระค่าบริการให้แก่ผู้ให้บริการแล้ว ผู้ใช้บริการสามารถ ใช้บริการต่อไปได้ ทั้งนี้ ภายในวงเงินค่าใช้บริการ
  3. ในกรณีค่าบริการของผู้ใช้บริการเต็มวงเงินค่าใช้บริการแล้ว และผู้ให้บริการยินยอมให้ผู้ใช้บริการสามารถใช้บริการต่อไปได้ หรือเมื่อผู้ใช้บริการร้องขอขยายวงเงินค่าใช้บริการ ให้ถือว่าผู้ใช้บริการร้องขอใช้บริการเกินวงเงินที่กำหนด และถือว่าการยินยอมดังกล่าวเป็นการเฉพาะคราวเท่านั้น

ข้อ 7. การแจ้งค่าบริการ

  1. ผู้ให้บริการจะแจ้งรายการการใช้บริการ และยอดค่าใช้บริการในแต่ละรอบ การใช้บริการ ให้ผู้ใช้บริการทราบล่วงหน้า เป็นระยะเวลาไม่น้อยกว่า 15 วันก่อนวันครบกำหนด ชำระค่าบริการ
  2. ผู้ให้บริการจะจัดส่งใบแจ้งค่าบริการของผู้ใช้บริการ เพื่อเรียกเก็บค่าบริการ จากผู้ใช้บริการผ่านช่องทางที่ผู้ให้บริการกำหนด เช่น โดยทางไปรษณีย์ หรือโดยแจ้งผ่านบริการ วิทยุคมนาคมระบบเซลลูล่า หรือจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ หรือเว็บไซต์ของผู้ให้บริการ หรือวิธีการอื่นตามที่ผู้ให้บริการกำหนดเพิ่มเติม ทั้งนี้ ผู้ใช้บริการมีสิทธิเลือกช่องทางการรับใบแจ้งค่าบริการผ่านช่องทางที่ผู้ให้บริการกำหนด หรือโดยวิธีการอื่นใดตามที่ตกลงกัน
  3. ใบแจ้งค่าบริการที่จัดส่งทางไปรษณีย์จะแสดงยอดค่าใช้บริการรอบปัจจุบัน และยอดค้างชำระเดิม (หากมี) ยอดที่ต้องชำระค่าบริการ วันครบกำหนดชำระรอบปัจจุบัน และรายละเอียดยอดค่าใช้บริการในรอบปัจจุบันตามประเภทบริการที่มีการใช้บริการในรอบปัจจุบัน
  4. ผู้ใช้บริการมีสิทธิขอตรวจสอบรายละเอียดการใช้บริการ ณ สำนักงานบริการของ ผู้ให้บริการ เว็บไซต์ของผู้ให้บริการ ตัวแทนศูนย์บริการตามที่ผู้ให้บริการกำหนด หรือช่องทางอื่นตามที่ผู้ให้บริการกำหนดเพิ่มเติม ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดในประกาศการเรื่องข้อมูลส่วนบุคคล

    ในกรณีที่ผู้ใช้บริการเห็นว่าผู้ให้บริการเรียกเก็บค่าบริการโดยไม่ถูกต้อง ผู้ใช้บริการมีสิทธิขอข้อมูลเกี่ยวกับการใช้บริการของตนจากผู้ให้บริการได้ เมื่อผู้ใช้บริการมีคำขอทราบข้อมูลเกี่ยวกับการใช้บริการของตน ผู้ให้บริการจะต้องดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงเพื่อยืนยันความถูกต้องของการเรียกเก็บค่าบริการดังกล่าว และจะต้องแจ้งผลให้ผู้ใช้บริการทราบภายใน 3 วัน ทำการนับแต่วันที่ผู้ใช้บริการมีคำขอ (สำหรับกรณีที่เป็นการตรวจสอบการใช้งานบริการภายในประเทศ และบริการโทรศัพท์ระหว่างประเทศ) หากผู้ให้บริการไม่ดำเนินการภายในระยะเวลาดังกล่าวให้ถือว่าผู้ให้บริการสิ้นสิทธิในการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมหรือค่าบริการในจำนวน ที่ผู้ใช้บริการได้โต้แย้งนั้น

    หากข้อเท็จจริงปรากฏว่า ผู้ให้บริการเรียกเก็บค่าธรรมเนียม หรือค่าบริการเกินกว่าจำนวนที่เกิดขึ้นจากการใช้บริการจริง และผู้ใช้บริการได้ชำระค่าธรรมเนียม หรือค่าบริการส่วนที่เกินดังกล่าวให้แก่ผู้ให้บริการไปแล้ว ผู้ให้บริการจะต้องคืนเงินส่วนต่างของค่าธรรมเนียมหรือค่าบริการ ที่เรียกเก็บเกินให้แก่ผู้ใช้บริการภายใน 7 วันทำการนับแต่วันที่ข้อเท็จจริงยุติ และผู้ให้บริการต้องชำระดอกเบี้ยในส่วนต่างนับแต่วันผิดนัดในอัตราเดียวกันกับอัตราที่ได้กำหนดไว้ว่าจะเรียกเก็บจากผู้ใช้บริการในกรณีที่ผู้ใช้บริการผิดนัด เว้นแต่ผู้ใช้บริการจะได้ตกลงกับผู้ให้บริการในการคืนเงินส่วนต่างเป็นอย่างอื่น ทั้งนี้ การคืนเงินส่วนต่างอาจคืนด้วยเงินสด เช็ค หรือนำเข้าบัญชีเงินฝากของผู้ใช้บริการ หรือตามวิธีการอื่นใดตามที่ผู้ให้บริการจะได้ตกลงกับผู้ใช้บริการ

ข้อ 8. คำบอกกล่าว

ใบแจ้งค่าบริการ หรือหนังสือบอกกล่าวทวงถามใด ๆ หรือการแจ้งยอดค่าบริการ ที่ผู้ให้บริการส่งไปยังผู้ใช้บริการทางไปรษณีย์ตามที่อยู่ที่ระบุไว้ในใบคำขอใช้บริการ หรือที่อยู่ที่แจ้งเปลี่ยนแปลงเป็นหนังสือครั้งหลังสุด หรือโดยแจ้งผ่านบริการวิทยุคมนาคมระบบเซลลูล่า หรือจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ หรือเว็บไซต์ของผู้ให้บริการ หรือโดยวิธีการอื่นใดตามที่ตกลงกัน ถือว่าเป็นการส่งโดยชอบ และถือว่าผู้ใช้บริการได้รับแจ้งยอดค่าบริการตามใบแจ้งค่าบริการ หรือหนังสือบอกกล่าวทวงถามนั้นโดยชอบด้วยกฎหมายแล้ว

ถ้าผู้ใช้บริการมีการย้ายหรือเปลี่ยนแปลงที่อยู่แตกต่างจากที่ระบุไว้ในใบคำขอใช้บริการนี้ ผู้ใช้บริการต้องแจ้งให้ผู้ให้บริการทราบเป็นหนังสือ หรือด้วยวิธีการอื่นใดตามที่ผู้ให้บริการกำหนดภายใน 3 วันนับแต่วันที่ย้ายหรือเปลี่ยนแปลงที่อยู่ดังกล่าว

ข้อ 9. การชำระค่าบริการ และอัตราค่าบริการ

  1. ผู้ใช้บริการตกลงชำระค่าบริการต่อผู้ให้บริการตามอัตราที่ผู้ให้บริการกำหนดแต่ทั้งนี้ไม่เกินกว่าอัตราขั้นสูงตามที่กำหนดโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการซึ่งผู้ให้บริการได้เผยแพร่ และแจ้งให้ผู้ใช้บริการทราบเป็นการทั่วไป ณ ที่ทำการ และเว็บไซต์ของผู้ให้บริการ ทั้งนี้ ผู้ให้บริการรับรองว่าจะไม่เรียกเก็บค่าธรรมเนียม หรือค่าบริการนอกเหนือจากที่กำหนดดังกล่าว
  2. ภายใต้อัตราค่าบริการตามข้อ 9.1 ผู้ให้บริการอาจลดหรือยกเว้นการเรียกเก็บค่าบริการตามสัญญาให้บริการนี้ทั้งหมดหรือแต่บางส่วนได้ โดยขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของรายการส่งเสริมการขาย หรือสิทธิพิเศษอื่น ๆ ที่ผู้ใช้บริการเข้าร่วมหรือได้รับ ทั้งนี้ ตามที่ผู้ใช้บริการได้แจ้ง ความประสงค์ให้ผู้ให้บริการทราบภายใต้เงื่อนไขการเข้าร่วมรายการส่งเสริมการขาย หรือการขอรับสิทธิพิเศษอื่น ๆ ทั้งนี้ เงื่อนไขในการเข้าร่วมรายการส่งเสริมการขายแต่ละรายการ หรือการขอรับสิทธิพิเศษอื่น ๆ รวมถึงระยะเวลาของรายการส่งเสริมการขายแต่ละรายการ หรือการรับสิทธิพิเศษอื่น ๆ จะเป็นไปตามที่ผู้ให้บริการกำหนด และอาจเปลี่ยนแปลงแก้ไขได้ตามที่ผู้ให้บริการเห็นสมควร
  3. ผู้ใช้บริการตกลงชำระค่าบริการ ค่าธรรมเนียม ดอกเบี้ย หรือค่าใช้จ่ายอื่นใด ที่ผู้ใช้บริการมีหน้าที่ต้องชำระให้แก่ผู้ให้บริการตามสัญญานี้ภายในเวลาที่กำหนดในใบแจ้งค่าบริการ หรือในคำบอกกล่าวของผู้ให้บริการผ่านบริการวิทยุคมนาคมระบบเซลลูล่า หรือผ่านทางจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ หรือเว็บไซต์ของผู้ให้บริการ หรือผ่านวิธีการอื่นตามที่ตกลงกัน โดยอาจชำระเป็นเงินสด เช็คธนาคาร บัตรเครดิต หรือบัตรเดบิต ประเภทวีซ่า หรือมาสเตอร์ ที่ออกโดยสถาบันออกบัตรเครดิต หรือบัตรเดบิตภายในประเทศ หรือชำระค่าบริการผ่านการหักบัญชีธนาคาร หรือผ่านเครื่อง ATM ของธนาคาร หรือด้วยวิธีการอื่นใดตามช่องทาง และวิธีการที่ผู้ให้บริการกำหนด
  4. ผู้ใช้บริการจะต้องชำระค่าบริการให้แก่ผู้ให้บริการในทันที ในกรณีดังต่อไปนี้
    1. ถูกระงับการใช้บริการอันเนื่องมาจากมีจำนวนค่าบริการเกินวงเงิน ค่าใช้บริการที่ตกลงไว้
    2. ผู้ใช้บริการโอนสิทธิการใช้บริการ
    3. ผู้ใช้บริการขอยกเลิกสัญญาให้บริการ

ข้อ 10. ค่าใช้จ่ายในการทวงถามและดอกเบี้ยผิดนัด

หากผู้ใช้บริการไม่ชำระค่าบริการภายในระยะเวลาที่กำหนด หรือชำระไม่ครบถ้วนเต็มจำนวนตามใบแจ้งค่าบริการ ผู้ใช้บริการยินยอมชำระดอกเบี้ยจากการผิดนัดชำระหนี้นับแต่วันผิดที่นัดจนถึงวันที่ได้ชำระครบถ้วน รวมทั้งต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการติดตามทวงถามตามที่กฎหมายกำหนด หรือตามที่คณะกรรมการให้ความเห็นชอบ

ข้อ 11. การขอระงับการใช้บริการชั่วคราวของผู้ใช้บริการ

  1. ในกรณีที่มีเหตุจำเป็น ผู้ใช้บริการมีสิทธิที่จะขอระงับการใช้บริการชั่วคราวได้ โดยแจ้งเป็นหนังสือ หรือส่งทางไปรษณีย์ หรือทางโทรศัพท์ หรือโดยวิธีการอื่นใดที่ผู้ให้บริการกำหนด ซึ่งสามารถตรวจสอบได้ว่าเป็นผู้ใช้บริการจริง โดยแจ้งให้ทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 3 วัน และขอระงับการใช้บริการชั่วคราวได้ไม่เกิน 30 วัน โดยผู้ใช้บริการไม่ต้องรับผิดชอบในภาระหนี้ ที่เกิดขึ้นภายหลังจากการแจ้งขอระงับการใช้บริการชั่วคราวมีผล เว้นแต่ภาระหนี้ที่เกิดขึ้นอันเป็นผลจากการกระทำของผู้ใช้บริการเองก่อนการแจ้งระงับการใช้บริการชั่วคราว
  2. กรณีเมื่อครบกำหนดการขอระงับการใช้บริการชั่วคราวดังกล่าวแล้ว หากในรอบระยะเวลาการใช้บริการถัดมา ผู้ใช้บริการไม่ได้ใช้บริการ และไม่ชำระค่าบริการ หรือจะขอระงับ การใช้บริการชั่วคราวเกินกว่าระยะเวลาที่ผู้ให้บริการกำหนด ผู้ให้บริการมีสิทธิบอกเลิกสัญญาให้บริการได้ โดยแจ้งให้ผู้ใช้บริการทราบล่วงหน้าเป็นหนังสือไม่น้อยกว่า 30 วัน

ข้อ 12. การระงับการให้บริการชั่วคราวของผู้ให้บริการ

เมื่อมีเหตุจำเป็น ผู้ให้บริการมีสิทธิระงับการให้บริการโทรคมนาคมต่อผู้ใช้บริการ เป็นการชั่วคราวก็ได้ โดยแจ้งเป็นหนังสือพร้อมระบุเหตุให้ผู้ใช้บริการทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 30 วัน เว้นแต่กรณีดังต่อไปนี้ ผู้ให้บริการสามารถระงับการให้บริการได้ทันที

  1. เกิดเหตุสุดวิสัยขึ้นแก่ผู้ให้บริการ
  2. ผู้ใช้บริการถึงแก่ความตาย หรือสิ้นสุดสภาพนิติบุคคล
  3. ผู้ใช้บริการใช้เอกสารปลอมในการขอใช้บริการ
  4. ผู้ให้บริการพิสูจน์ได้ว่าบริการวิทยุคมนาคมระบบเซลลูล่าที่ให้แก่ผู้ใช้บริการ ถูกนำไปใช้โดยมิชอบด้วยกฎหมาย หรือฝ่าฝืนต่อสัญญาให้บริการ
  5. ผู้ใช้บริการใช้บริการเกินวงเงินค่าใช้บริการที่ได้ตกลงไว้ในสัญญาให้บริการ ในกรณีนี้ ผู้ให้บริการจะต้องแจ้งเตือนให้ผู้ใช้บริการทราบล่วงหน้าเมื่อเห็นว่าผู้ใช้บริการได้ใช้บริการใกล้เต็มวงเงินตามที่ผู้ให้บริการกำหนด โดยกำหนดวงเงินคงเหลือที่ผู้ให้บริการจะแจ้งให้ผู้ใช้บริการทราบให้เป็นไปตามที่ได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการ
  6. ผู้ใช้บริการผิดนัดชำระค่าบริการเกินกว่าระยะเวลาที่กำหนดในสัญญาให้บริการสองคราวติดต่อกัน
  7. ผู้ให้บริการพิสูจน์ได้ว่าผู้ใช้บริการได้นำบริการวิทยุคมนาคมระบบเซลลูล่า ไปใช้ เพื่อแสวงหารายได้โดยมีเจตนาจะไม่ชำระค่าบริการ
  8. ผู้ให้บริการมีเหตุจำเป็นต้องบำรุงรักษาหรือแก้ไขระบบโทรคมนาคมที่ใช้ ในการให้บริการ

ข้อ 13. เหตุแห่งการเลิกสัญญาของผู้ให้บริการ

ในกรณีที่มีเหตุดังต่อไปนี้ ผู้ให้บริการอาจใช้สิทธิเลิกสัญญาให้บริการได้ทันที

  1. ผู้ใช้บริการถึงแก่ความตาย หรือสิ้นสุดสภาพนิติบุคคล
  2. ผู้ใช้บริการผิดนัดชำระค่าธรรมเนียมและค่าบริการเกินกว่าระยะเวลาที่กำหนด สองคราวติดต่อกัน โดยผู้ให้บริการได้แจ้งให้ผู้ใช้บริการทราบถึงวันครบกำหนดที่แน่นอนเป็นการล่วงหน้าในใบแจ้งค่าบริการแล้ว และได้แจ้งให้ผู้ใช้บริการชำระหนี้ค่าใช้บริการที่ค้างชำระทั้งสองคราวติดต่อกันดังกล่าวให้ครบถ้วนภายในกำหนดเวลา 30 วันแล้ว แต่ผู้ใช้บริการมิได้ชำระหนี้ค่าใช้บริการให้ครบถ้วนภายในกำหนดเวลาดังกล่าว
  3. ผู้ให้บริการมีเหตุผลอันเชื่อได้ว่าผู้ใช้บริการมีพฤติกรรมฉ้อฉลในการใช้บริการหรือนำบริการไปใช้โดยผิดกฎหมาย หรือฝ่าฝืนข้อห้ามในสัญญาให้บริการ
  4. ผู้ให้บริการไม่สามารถให้บริการได้โดยเหตุที่อยู่นอกเหนือการควบคุม ของผู้ให้บริการ
  5. เป็นการยกเลิกโดยบทบัญญัติแห่งกฎหมาย

ข้อ 14. เหตุแห่งการเลิกสัญญาของผู้ใช้บริการ

ผู้ใช้บริการมีสิทธิบอกเลิกสัญญาให้บริการในเวลาใดก็ได้ โดยบอกกล่าวเป็นหนังสือให้แก่ผู้ให้บริการทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 5 วันทำการ หรือด้วยวิธีการอื่นใดตามที่ผู้ให้บริการกำหนด ทั้งนี้ การยกเลิกสัญญาให้บริการจะมีผลเมื่อผู้ใช้บริการได้ชำระค่าบริการครบถ้วนแล้วจนถึงวันที่การยกเลิกสัญญาให้บริการมีผลบังคับ เว้นแต่ในกรณีดังต่อไปนี้ ผู้ใช้บริการอาจใช้สิทธิเลิกสัญญาให้บริการได้ทันที

  1. ผู้ใช้บริการไม่สามารถรับบริการจากผู้ให้บริการได้ด้วยเหตุที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง และอยู่เหนือการควบคุมของผู้ให้บริการ
  2. ผู้ให้บริการได้ละเมิดข้อตกลงอันเป็นสาระสำคัญของสัญญาให้บริการ
  3. ผู้ให้บริการตกเป็นบุคคลล้มละลาย
  4. ผู้ให้บริการเปลี่ยนแปลงข้อตกลง หรือเงื่อนไขในสัญญาให้บริการ ซึ่งมีผล เป็นการลดสิทธิ หรือประโยชน์อันพึงได้รับของผู้ใช้บริการลง เว้นแต่เกิดจากเหตุตามที่กฎหมายกำหนด

ข้อ 15. การขอเปิดใช้บริการโทรศัพท์ระหว่างประเทศ และ/หรือบริการข้ามแดนอัตโนมัติ

  1. การเปิดให้บริการโทรศัพท์ระหว่างประเทศ และ/หรือบริการข้ามแดนอัตโนมัติ เป็นสิทธิของผู้ให้บริการที่จะพิจารณาอนุมัติให้เปิดใช้บริการ ทั้งนี้ เมื่อได้รับอนุมัติให้เปิดใช้บริการแล้ว ผู้ใช้บริการสามารถเรียกไปยังเลขหมายปลายทางในต่างประเทศ หรือนำไปใช้บริการในเครือข่ายของผู้ให้บริการรายอื่นในต่างประเทศตามข้อตกลงร่วมของผู้ให้บริการได้
  2. ผู้ใช้บริการสามารถเลือกใช้บริการโทรศัพท์ระหว่างประเทศ โดยการเรียกผ่านเลขหมายสำหรับบริการเรียกออกต่างประเทศ หรือสัญลักษณ์ที่ใช้แทนรหัสเรียกออกต่างประเทศของ ผู้ให้บริการโทรศัพท์ระหว่างประเทศซึ่งมีข้อตกลงร่วมกับผู้ให้บริการ
  3. กรณีการใช้บริการข้ามแดนอัตโนมัติ ผู้ใช้บริการสามารถเลือกเครือข่ายอัตโนมัติตามการตั้งค่าของเครื่องวิทยุคมนาคมระบบเซลลูล่า หรือเลือกเครือข่ายด้วยตนเอง (เฉพาะเครือข่ายของผู้ที่มีข้อตกลงร่วมกับผู้ให้บริการ) ทั้งนี้ ผู้ให้บริการเครือข่ายร่วมในต่างประเทศแต่ละรายอาจมีพื้นที่ให้บริการ อัตราค่าบริการ และบริการเสริมที่แตกต่างกัน
  4. การใช้บริการโทรศัพท์ระหว่างประเทศ และ/หรือการใช้บริการข้ามแดนอัตโนมัติตามสัญญาให้บริการนี้ เป็นสิทธิเฉพาะตัวของผู้ใช้บริการที่ได้ยื่นคำขอใช้บริการนี้ไว้เท่านั้น และ ในระหว่างที่ใช้บริการโทรศัพท์ระหว่างประเทศ และ/หรือบริการข้ามแดนอัตโนมัติ ผู้ใช้บริการต้องไม่ทำการจำหน่าย จ่ายโอน หรือเปลี่ยนแปลงสิทธิการใช้บริการตามสัญญาให้บริการนี้ รวมทั้ง ต้องไม่นำสิทธิการใช้บริการโทรศัพท์ระหว่างประเทศ และ/หรือบริการข้ามแดนอัตโนมัตินี้ ไปแสวงหาประโยชน์เพื่อตนเอง หรือเพื่อผู้อื่น หรือยินยอมให้บุคคลใดใช้บริการ เพื่อแสวงหาผลประโยชน์ตอบแทนสำหรับตนเองหรือผู้อื่น ซึ่งผู้ใช้บริการต้องรับผิดชอบ ค่าใช้บริการที่เกิดขึ้นทั้งสิ้น

ข้อ 16. การขอเปิดใช้บริการเสริม

  1. การเปิดใช้บริการเสริมใด ๆ เป็นสิทธิของผู้ให้บริการที่จะพิจารณาอนุมัติให้ผู้ใช้บริการเปิดใช้บริการ ซึ่งผู้ใช้บริการต้องปฏิบัติตามเงื่อนไข และข้อกำหนดของการใช้บริการ ตามที่ผู้ให้บริการ หรือผู้ร่วมให้บริการเสริมกำหนด 16.2 ในกรณีใช้บริการเสริมในต่างประเทศ ผู้ใช้บริการต้องเสียค่าบริการข้ามแดนอัตโนมัติตามที่ผู้ให้บริการประเทศนั้น ๆ กำหนดไว้ ทั้งนี้ รายการส่งเสริมการขายสำหรับการใช้บริการเสริมภายในประเทศไม่สามารถใช้ร่วมกับบริการโทรศัพท์ระหว่างประเทศ บริการข้ามแดนอัตโนมัติ และ/หรือบริการเสริมระหว่างประเทศ เว้นแต่ ผู้ให้บริการจะกำหนดไว้เป็นอย่างอื่น

ข้อ 17. เครื่องวิทยุคมนาคมระบบเซลลูล่า และ/หรือซิมการ์ดสูญหายหรือถูกโจรกรรม

หากเครื่องวิทยุคมนาคมระบบเซลลูล่า และ/หรือซิมการ์ดสูญหาย หรือถูกโจรกรรม ให้ผู้ใช้บริการแจ้งเหตุสูญหาย หรือถูกโจรกรรมให้ผู้ให้บริการทราบ ณ สำนักงานบริการ ของผู้ให้บริการเป็นหนังสือ หรือทางโทรศัพท์ หรือโดยวิธีการอื่นใดตามที่ผู้ให้บริการกำหนดและสามารถตรวจสอบได้ว่าเป็นผู้ใช้บริการจริง ผู้ให้บริการจะดำเนินการทันทีที่ได้รับแจ้งเพื่อระงับการให้บริการโดยเร็วที่สุด หากมีค่าใช้บริการเกิดขึ้นหลังจากการแจ้งสูญหาย หรือถูกโจรกรรม ผู้ใช้บริการไม่ต้องรับผิด เว้นแต่ค่าใช้บริการจะเกิดขึ้นจากการกระทำของผู้ใช้บริการเอง

ผู้ใช้บริการได้ศึกษารายละเอียดของการให้บริการวิทยุคมนาคมระบบเซลลูล่า ประเภทจดทะเบียนสำหรับผู้ใช้บริการประเภทบุคคลธรรมดา และนิติบุคคลของผู้ให้บริการอย่างชัดเจน ครบถ้วน และเข้าใจข้อกำหนดและเงื่อนไขของสัญญาให้บริการฉบับนี้แล้ว จึงตกลงใช้บริการโดยยินยอมปฏิบัติตามสัญญาให้บริการนี้ทุกประการ

  • ศูนย์รับเรื่องร้องเรียน: บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) เลขที่ 319 อาคารจัตุรัสจามจุรี ห้องบางรัก ชั้น 32 ถนนพญาไท แขวงปทุมวัน เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330 โทร.(02) 202-7267 วันจันทร์
  • วันศุกร์ เวลา 09.00-16.30 น. เว้นวันหยุดราชการ (โทรจากเลขหมายระบบ dtac โทรฟรี)
  • อีเมล์ Complain@dtac.co.th
  • เว็บไซต์ http://www.dtac.co.th/
  • หน่วยงานที่ทำหน้าที่คุ้มครองผู้บริโภคตามที่คณะกรรมการกำหนด