Share

Newsroom
03 ต.ค. 61

"ฟาร์มแม่นยำ" เทคโนโลยีเพื่อเกษตรกรไทย

‘ฝนไม่ตกมาหลายวันแล้ว แฟนตัดสินใจบนเจ้าที่เจ้าทางด้วยไก่ต้มกับเหล้า’ 

คุณมงคล ชุ่มใจ เกษตรกรจากจังหวัดเชียงรายที่โชคชะตาฟ้าลิขิตให้มาพบรักที่ตำบลทุ่งแสลงพัน อำเภอวังม่วง จังหวัดสระบุรี จนย้ายสำมะโนครัวมาทำไร่ข้าวโพดได้ 9 ปีแล้ว ตอบเราหลังจากที่ถูกถามเรื่องฟ้าฝน ยังบอกด้วยว่า ที่นี่เกาะติดอยู่กับข่าวพยากรณ์อากาศที่กว้างมาก เมื่อฟ้าฝนไม่ตกต้องตามฤดูกาล ที่พึ่งที่ดีสุดคือบนบานศาลกล่าวกับสิ่งศักดิ์สิทธิ์ แต่หลังจากที่ธกส.แนะนำ ‘รีคัลท์ (Ricult) สตาร์ทอัพเทคโนโลยีการเกษตรที่อยู่ในโครงการ ‘ดีแทค แอคเซอเลอเรท’ ได้นำเทคโนโลยีมาใช้ในการพยากรณ์อากาศได้ตรงกับไร่ของเขาอย่างแม่นยำ ทำให้เขาหายใจได้โล่งขึ้น 


“บ้านผมอยู่เชียงราย ย้ายมาทำงานโรงเลี้ยงหมูที่สระบุรีประมาณ 7-8 ปี มาเจอกับแฟน ซึ่งเป็นคนวังม่วง สระบุรี ก็แต่งงานกัน ผมลาออกจากงานมาช่วยแฟนทำไร่ข้าวโพดสำหรับทำอาหารสัตว์ประมาณ 9  ปีแล้ว แฟนเล่าว่า ก่อนหน้านี้มีที่นา 56 ไร่ พอถนนตัดผ่านก็เหลือแค่ 52 ไร่ เมื่อก่อนไม่มีรถไถ ดูจากข่าวพยากรณ์อากาศรู้ว่า ฝนจะตก ก็จ้างชาวบ้านมาหยอดข้าวโพด ฉีดยา จ้างรถไถ หักข้าวโพดก็เก็บไว้ในยุ้งแล้วสีเป็นถัง ขายให้กับเถ้าแก่ พ่อทำไร่ทั้งฝ้าย กับข้าวพอขายผลผลิตได้เงินมาก็ต้องแบ่งจ่ายหนี้ แล้วอย่างนี้จะรวยได้อย่างไร พ่อเคยบอกว่า ให้ซื้อรถไถ แต่แฟนไม่ยอมซื้อ เพราะขับไม่เป็น พอพ่อเสียก็ขายที่ 15 ไร่แบ่งเงินให้กับพี่น้อง 7 คน แฟนได้ที่ดิโพด ถั่วเขียว ข้าวโพด อะไรว่าดีพ่อปลูกหมด แต่ถึงอย่างไรก็เป็นหนี้ ธกส. ค่ายา ค่าเมล็ดพันธุ์ นผืนนี้เนื้อที่ 16 ไร่ ผมก็ได้เขานี่ละช่วยสอนวิชาทำไร่ให้ เพราะอยู่ที่เชียงรายทำนาอย่างเดียว ตอนแรกปลูกทานตะวัน ซื้อเมล็ดพันธุ์กล่องละ 7,000-8,000 บาท ขายได้กิโลละ 10 กว่าบาท ไม่คุ้ม เปลี่ยนมาปลูกมัน เพลี้ยไฟลงหมดทั้งไร่ ลงทุน 6 หมื่นขายได้ 6 หมื่น ไหนจะค่าแรง ค่าปุ๋ย ถือว่าขาดทุน แฟนจึงตัดสินใจขายบ้านมาซื้อรถไถ ก็ช่วยประหยัดค่าใช้จ่าย ลดต้นทุนในการหยอดข้าวโพด ค่าแรงไร่ละ 150 บาท คูณ 16 ไร่ เท่ากับ 2,400 บาท ยังมีค่าปุ๋ย และฉีดยาอีก ที่ร้ายกว่านั้นคือ แรงงาน ไม่มีใครยอมมาไถให้ เรียกว่าแทบจะกราบกันเลยทีเดียว  ขายบ้านได้แสนกว่าบาท ซื้อรถไถคันละ 90,000 บาท ย้ายมาอยู่ที่โรงจอดรถ พอขายที่ได้จึงมาปลูกบ้านหลังที่อยู่ปัจจุบันนี้ 

“เกษตรกรส่วนใหญ่ทำไร่ข้าวโพด มีส่วนน้อยที่ปลูกทานตะวัน ปีหนึ่งปลูกได้ครั้งเดียว เก็บเกี่ยวเฉลี่ยได้ 14-15 ตัน คิดเป็นเงินประมาณ 9 หมื่นกว่าบาท ก็ยังถือว่าไม่ดีเท่าไหร่ หากดีก็ต้องได้หลักแสน ก่อนหน้านั้นขายให้กับพ่อค้าคนกลาง ผลผลิตดีบ้าง ไม่ดีบ้าง แล้วแต่ฟ้าฝน แล้วไม่สามารถปลูกพืชอย่างอื่นแซมได้เลย เพราะที่ตำบลแสลงพันเป็นพื้นที่สูง เกษตรจังหวัดพยายามที่จะทำระบบส่งน้ำจากเขื่อนทำเป็นน้ำหยด แต่ประชุมหลายครั้งแล้ว น้ำก็ยังหยดมาไม่ถึงสักที (หัวเราะ) แล้วที่ดินก็เก็บกักน้ำไม่อยู่ ทุกวันนี้ชีวิตจึงขึ้นอยู่กับข่าวพยากรณ์ดินฟ้าอากาศของกรมอุตุนิยมวิทยา ปกติผมดูข่าวช่อง 7 แม้ส่วนใหญ่จะแม่น แต่เป็นการบอกรวมๆ เป็นภาค ซึ่งเชื่อมากไม่ได้ เพราะเดี๋ยวนี้ฟ้าฝนก็ไม่ตกต้องตามฤดูกาล หากปีไหนฝนตก 8 เดือน แล้งอีก 8 เดือน วัวยิ้มเลย แต่เกษตรกรทำใจ เพราะต้องเกี่ยวต้นข้าวโพดให้วัวกินหมด ยิ่งเป็นช่วงที่ข้าวโพดออกดอกหากฝนไม่มาแย่เลย ไม่มีฝัก ก็ต้องอาศัยบนบานศาลกล่าวเจ้าที่เจ้าทาง ปรับเปลี่ยนการปลูกข้าวโพดมาเป็นปลูกหลังเข้าพรรษา ฝนตกก็หว่านเมล็ดข้าวโพด ใส่ปุ๋ย ฉีดยาฆ่าหญ้า พอข้าวโพดสูงประมาณเข่าจึงใส่ปุ๋ยอีกครั้ง หากดูข่าวว่าวันไหนฝนจะตกก็เตรียมใส่ปุ๋ย เพราะปุ๋ยจะกระจายได้ทั่ว แล้วถึงเดือนเมษายนก็ไถ ปลูกข้าวโพดแต่ละครั้งลงทุนหลายหมื่น หากปีไหนฝนดีก็ได้ผลผลิตดี ที่นี่ชอบฝน ยิ่งตกเยอะยิ่งชอบ หากช่วงในฝนตกชุกเหมือนถูกหวยเลยนะ แต่ก็ต้องขึ้นอยู่ว่า เมล็ดข้าวโพดที่เราหว่านไปขึ้นหนาเป็นกระจุกหรือกระจายกัน หากขึ้นหนาก็จะแย่งอาหารกันทำให้ไม่มีฝัก หรือหากขึ้นใต้ร่มไม้ใหญ่ ข้าวโพดก็ไม่ขึ้นเลย 

"ตอนนี้มีโครงการเกษตรแปลงใหญ่ ประชารัฐ ซึ่งเป็นการรวมกลุ่มของเกษตรกรรายย่อยเพื่อช่วยลดต้นทุนการผลิต สามารถเข้าถึงตลาด มีอำนาจต่อรองในการขายผลผลิต ผมเป็นสมาชิกโครงการมา 2  ปีแล้วจากที่เคยขายให้กับพ่อค้าคนกลางตั้งแต่สมัยรุ่นพ่อ โดยหักขายเป็นฝัก ซึ่งเขาหักค่าโน่นนี่ยุบยับ เช่น ความชื้น สิ่งเจือปน เหลือเป็นค่าข้าวโพดจริงๆ นิดเดียว ก็เปลี่ยนมาขายให้กับโรงงานอาหารสัตว์ของเอกชนที่เข้าร่วมโครงการ ราคาดีกว่า เพราะประกันราคาและรับซื้อหมด ไม่ผูกขาด แต่ปีที่แล้วเริ่มมีปัญหาเพราะเอกชนไม่สู้ราคาและหักค่าใช้จ่ายเพิ่มจากที่ไม่เคยหัก ผมจึงคิดว่า ปีนี้จะขอขายให้กับพ่อค้าคนกลาง ซึ่งเขาก็ยอม 

“แม้โครงการเกษตรแปลงใหญ่จะช่วยสนับสนุนเกษตรกร โดยนำเครื่องจักรมาใช้ในการผลิต เข้าถึงเทคโนโลยีได้มากขึ้น เพิ่มคุณภาพสินค้าให้ได้มาตรฐานเท่าเทียมกัน ลดต้นทุน เช่นที่ผ่านมาเกษตรจังหวัดจะจัดงานใหญ่ ในงานเปิดให้เกษตรกรนำดินไปตรวจว่า ไร่ของเราขาดแร่ธาตุชนิดใดจะได้เสริมตรงนั้น แต่ก่อนจะไปถึงตรงนั้น ทุกวันนี้เกษตรกรยังเหนื่อยกับฝนฟ้าอากาศที่ไม่อำนวย ต้องพึ่งเทวดา โดยอาศัยข่าวพยากรณ์อากาศจากกรมอุตุฯ ซึ่งผมเชื่อว่า เกษตรกรคงอยากรู้มากกว่าว่า ฝนจะตกในพื้นที่ที่อำเภอวังม่วง ตำบลแสลงพัน ที่อยู่หรือเปล่า เพราะอย่างผมทำไร่ข้าวโพดไม่ต้องการอะไรมากนอกจากฟ้าฝน ฉะนั้นตอนที่ธกส. (ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์) นำรีคัลท์มาแนะนำที่ประชุมเกษตรแปลงใหญ่ อธิบายว่าจะส่งไลน์รายงานสภาพอากาศ จึงตอบโจทย์ เพราะจะบอกเป็นพิกัดเลยว่า ณ  ไร่ที่ผมอยู่ฝนตกหรือไม่ ก็ได้รับความสนใจจากเกษตรกรเยอะ รวมถึงผมด้วย เริ่มตั้งแต่เดือนตุลาคมปีที่แล้ว ส่งทุกวัน ทุกคนบอกตรงกันว่า อ่านเข้าใจง่ายและค่อนข้างแม่น  เช่น วันนี้ฝนตกรินๆ ซึ่งก็รินจริงๆ คือตกปรอยๆ แล้วเขาจะถ่ายรูปจากดาวเทียมส่งให้ดูเลยว่า พื้นที่ไหนที่ข้าวโพดไม่ขึ้น ปุ๋ยเข้าไม่ถึง ทำให้เราสามารถเข้าไปเพิ่มได้ ยิ่งตอนเก็บเกี่ยวต้องการข้อมูลที่แม่นยำ

“ฟาร์มแม่นยำ โดยความร่วมมือระหว่างรีคัลท์ รักบ้านเกิดและดีแทค ทำให้โทรศัพท์มือถือเป็นมากกว่าเครื่องมือโทรเข้าโทรออก เพราะก่อนหน้าที่จะรู้จักรีคัลท์ผมไม่รู้หรอกว่า มีเทคโนโลยีที่ช่วยเกษตรกรให้มีคุณภาพชีวิตดีขึ้น สามารถขายผลผลิตได้ราคาดีโดยไม่ต้องเดินทาง จนกระทั่งมีบริการนี้ให้ทดลองใช้ แล้วรู้สึกว่าใช้งานได้จริง อยู่ที่ไหนก็เปิดดูได้ 

“ชีวิตผมจะได้มีทางเลือก ไม่ต้องขึ้นอยู่กับเทวดาอย่างเดียวแล้ว”




‘แอปพลิเคชันฟาร์มแม่นยำ วางแผนการเกษตรบนมือถือ’

นายประพันธ์ จีวะพงษ์ ผู้อำนวยการฝ่ายกิจกรรมเพื่อสังคม บมจ.โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น กล่าวว่า ดีแทคมีแนวคิดที่จะนำความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีมาช่วยลดความเหลื่อมล้ำในสังคม โดยเฉพาะช่องว่างระหว่างสังคมเกษตรกรกับสังคมเมือง โดยพยายามหาวิธีที่จะให้เกษตรกรนำเทคโนโลยีมาใช้ในการเกษตร ที่ผ่านมาดีแทคจับมือกับพันธมิตรที่มีความเชี่ยวชาญแตกต่างกันไป เช่น ทำบันทึกข้อตกลงกับกรมส่งเสริมการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อไปสอนอินเทอร์เน็ตให้กับกลุ่มเกษตรกร จับมือกับ NECTEC ทำ IOT หรือ Internet of Things ล่าสุดจับมือกับสตาร์ทอัพที่อยู่ภายใต้โครงการ ดีแทค แอคเซอเลอเรท ที่ชื่อว่า รีคัลท์ (Recult) และมูลนิธิร่วมด้วยช่วยกันสำนึกรักบ้านเกิด ที่เป็นพันธมิตรกันมาอย่างยาวนาน ทำแอพพลิเคชั่น ฟาร์มแม่นยำ เพราะจากการทำวิจัยศึกษาค้นคว้าข้อมูลพบว่า เกษตรกรไทยมีผลผลิตต่อไร่ต่อพื้นที่น้อยกว่าเกษตรกรในเอเชียมาก เช่น ข้าวโพดมีผลผลิตที่ต่ำกว่าเวียตนามประมาณ 300-400 กิโลกรัมต่อไร่ ต่ำกว่าอเมริกาซึ่งใช้เทคโนโลยีในการทำการเกษตรถึง 1,700 กิโลกรัมต่อไร่ อุปสรรคสำคัญคือดินฟ้าอากาศที่ปรวนแปร ฝนไม่ตกต้องตามฤดูกาล ซึ่งมีส่วนสำคัญมากกับการทำเกษตร เพราะฉะนั้นเกษตรกรควรเข้าถึงข้อมูลดินฟ้าอากาศก่อนล่วงหน้า เพื่อลดความเสียหายที่จะเกิดขึ้น 

แอพพลิเคชั่น ฟาร์มแม่นยำ เรียกว่าเป็นแอพแรกของประเทศไทยก็ว่าได้ที่พยากรณ์อากาศแบบเจาะจงพื้นที่ โดยใช้ข้อมูลแบบ microclimate weather ร่วมกับข้อมูลสภาพอากาศทั่วโลก พร้อมกับใช้แบบจำลองสภาพด้วยคอมพิวเตอร์ เมื่อเกษตรกรสมัครใช้บริการ เปิดแชร์โลเคชั่น  หรือเปิดกูเกิ้ล แมป แล้วลากเส้นพื้นที่การเกษตร แอพจะรายงานสภาพอากาศบริเวณนั้นทุกวัน ในรูปของอินโฟกราฟฟิก โดยใช้ข้อมูลจากนักปฐพีวิทยา คณะเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ สามารถคำนวณล่วงหน้าได้ 7 วัน เพื่อให้เกษตรกรสามารถวางแผนเพาะปลูกได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนั้นยังมีเทคโนโลยีภาพถ่ายดาวเทียม EU-Sentinel และ NASA-Landset ที่จะให้เกษตรกรสามารถทราบถึงความผิดปกติและปัญหาของสุขภาพพืชได้

หลังจากทดลองกับไร่ข้าวโพดประมาณ 2,000 ไร่และเกษตรกรจำนวน 20 คน พบว่าเกษตรกรพอใจมาก เพราะใช้งานง่าย ชัดเจน มีความแม่นยำสูงถึง 70-80% สามารถเพิ่มผลผลิตได้ 40% 

แค่มีมือถือก็สามารถวางแผนการเกษตรได้แล้ว 

ติดต่อเรา

บมจ.โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น

319 ถนนพญาไท ชั้น 41 แขวงปทุมวัน เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330

dtac Call Center

dtac Facebook

Twitter